อายุความของหนี้ แต่ละประเภท

3 เดือน 2 สัปดาห์ ที่ผ่านมา - 2 เดือน 4 สัปดาห์ ที่ผ่านมา #124512 โดย Badman
กรณีศึกษาจากสมาชิก สู้คดีบัตรเครดิตหมดอายุความ

สมาชิกโทรมาปรึกษาว่าต้องขึ้นศาลสัปดาห์แล้ว  จึงดูหมายศาลให้  พบว่าขาดอายุความเกิน 2 ปีแล้ว  ผ่านมานาน 15 ปีแล้วก็ยังฟ้องได้
 
ตอนแรกสมาชิกเตรียมจะปิดหนี้ตัวนี้เป็นรายสุดท้าย  ซึ่งให้ส่วนลดน้อยมาก แต่ บบส.รายนี้กลับมาทวงที่บ้านแล้วไปเจอคุณแม่เข้า 
ทำให้สมาชิกไม่พอใจ  จึงเปลี่ยนใจมาสู้คดีเรื่องอายุความแทน

หนี้ของธนาคาร u เงินต้น 2 หมื่น ดอกเบี้ยแซงเงินต้นไป 5 หมื่น หนี้รวมที่ถูกฟ้องประมาณ 7 หมื่นบาท
ถูกฟ้องคดีบัตรเครดิต  หยุดจ่ายมา 15 ปีเศษ

วันนี้จะอธิบายวิธีการนับอายุความแต่ต้องรู้ก่อนว่าเป็นหนี้อะไรกันแน่
ดูคำฟ้อง+เอกสารแนบท้ายมีรหัสบอกว่า CC จึงฟันธงได้ว่าเป็นหนี้บัตรเครดิตแน่นอน
บัตรเครดิตมีอายุความ 2  ปีตาม ป.พ.พ.มาตรา 193/34 (7)

Concept การนับไม่ต่างกันอยากให้สมาชิกเข้าใจการนับอายุความให้ได้
เพื่อประโยชน์สูงสุดของสมาชิก สถานะล่าสุดโจทก์ถอนฟ้องเพราะสมาชิกยื่นคำให้การสู้คดีหมดหนี้หลักหมื่นไปได้ครับ

จุดสังเกตตัวย่อของผลิตภัณฑ์ยูโอบีสู้ผิดอาจแพ้คดีได้

UC = วงเงินยูเครดิตหรือยูโอบี แคชพลัส เป็นบัตรกดเงินสด  มีอายุความ 10 ปี
ดอกเบี้ยค้างชำระมีอายุความ5ปีถ้าอายุความยังไม่ถึง 10 ปีสู้เรื่องดอกเบี้ยจะได้เบาลงเหลือแต่เงินต้น
IC = ไอแคชหรือยูโอบีไอแคช เป็นสินเชื่อส่วนบุคคลผ่อนชำระเป็นงวดๆ 
มีอายุความ 5 ปี
CC= เครดิตการ์ด บัตรเครดิตมีอายุความ 2 ปี


#หนี้บัตรเครดิต #โดนฟ้องหนี้บัตรเครดิต #บัตรเครดิตมีอายุความกี่ปี #จ่ายหนี้บัตรเครดิตไม่ไหว
#อายุความสินเชื่อส่วนบุคคล #อายุความบัตรกดเงินสด #อายุความสินเชื่อหมุนเวียน
#คดีสินเชื่อส่วนบุคคล #คดีบัตรเครดิต #อายุความบัตรอิออน #อายุความบัตรยูโอบี
#อายุความบัตรกสิกร #สู้คดีบัตรเครดิตหมดอายุความ
ไฟล์ที่แนบมาด้วย:

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

3 เดือน 2 สัปดาห์ ที่ผ่านมา #124513 โดย Badman
คำพิพากษาศาลฏีกาของบัตรเครดิต นำมาให้สมาชิกศึกษา
ไฟล์ที่แนบมาด้วย:

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

3 เดือน 1 วัน ที่ผ่านมา #124591 โดย Badman
มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคเตือนลูกหนี้ ดูสัญญาก่อนปรับโครงสร้างหนี้ หากสัญญายกเลิกต้องกลับไปใช้สัญญาเดิมที่นับอายุความใหม่
ที่มา มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค (มพบ.).



มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคเตือนลูกหนี้ ดูสัญญาก่อนปรับโครงสร้างหนี้ พบปัญหาเงินต้นไม่ลด ระยะเวลาเพิ่ม
ผิดนัดจะทำให้สัญญาถูกยกเลิก และกลับไปใช้สัญญาเดิม แนะควรปฏิเสธหากชำระตามสัญญาไม่ไหว หัวหน้าศูนย์ทนายความฯ
ชี้การรับสภาพหนี้ในสัญญา ทำให้อายุความสะดุดหยุดลง และจะเริ่มนับใหม่อายุความตั้งแต่ทำสัญญาฉบับใหม่

มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค พบว่า ลูกหนี้มีปัญหาจากการปรับโครงสร้างหนี้ ซึ่งธนาคารพาณิชย์หรือไฟแนนซ์ต่างๆ
มักจะยื่นข้อเสนอให้ปรับโครงสร้างหนี้ เมื่อลูกหนี้ผ่อนชำระหนี้ไม่ไหว แต่เมื่อปรับโครงสร้างหนี้แล้วภายหลังเกิดปัญหา
เช่น ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น แต่เงินต้นไม่ลด

ลูกหนี้จึงต้องรู้ก่อนว่าเงื่อนไขของการปรับโครงสร้างหนี้มีอะไรบ้าง ต้องระวังเรื่องอะไร
มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า เมื่อลูกหนี้ผิดนัดชำระ เจ้าหนี้มักจะเสนอให้มีการปรับโครงสร้างหนี้ ซึ่งเจ้าหนี้จะเอาหนี้เงินต้น ดอกเบี้ย เบี้ยปรับล่าช้า ค่าธรรมเนียมต่างๆ
ที่ค้างชำระมาทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ใหม่ และให้ผ่อนขั้นต่ำ โดยระยะเวลาการชำระหนี้จะเพิ่มขึ้น 3-5 ปี
และดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นจะเป็นอัตราใหม่ อีกทั้งเงื่อนไขในสัญญายังระบุว่า ต้องชำระทุกงวด ผิดนัดแม้แต่งวดเดียวไม่ได้ ถ้าผิดนัดไป 1 งวด
เงินที่ส่งไปแล้วจะกลายเป็นดอกเบี้ย หนี้ที่ต้องชำระจะเหลือเท่ากับตอนที่ยังไม่ได้ปรับโครงสร้างหนี้

นอกจากนี้บางสัญญาใช้อัตราดอกเบี้ยแบบขั้นบันได คือปีแรก 1,000 บาท ปีที่ 2 ขึ้นเป็น 2,000 บาท ปีที่ 3 ขึ้นเป็น 3,000 บาท
อาจจะทำให้ในอนาคตชำระไม่ไหว

 ฉะนั้น มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค แนะนำว่า การปรับโครงสร้างหนี้ใดๆ ลูกหนี้ควรดูรายละเอียดสัญญาก่อน ควรต้องรู้ว่าเมื่อผิดนัดชำระหนี้แล้ว
สัญญาจะถูกยกเลิกและกลับไปใช้สัญญาฉบับเดิมแล้วนับอายุความใหม่

ซึ่งลูกหนี้มีเวลาในการตัดสินใจ และสามารถปฏิเสธได้ รวมทั้งลูกหนี้จะต้องรู้จำนวนการชำระหนี้ที่สามารถทำได้
และส่งได้ครบทุกงวดตามสัญญาหรือไม่

หากในอนาคตอาจจะส่งไม่ครบก็ไม่ควรที่จะปรับ เพราะเมื่อปรับโครงสร้างหนี้แล้วเงินที่ชำระจะไปตัดที่ดอกเบี้ยมากกว่าเงินต้น
กลายเป็นดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น แต่เงินต้นไม่ลด

นอกจากนี้ ถ้าไม่ปรับโครงสร้างหนี้ แต่เริ่มชำระหนี้ไม่ไหว แนะนำให้หยุดชำระหนี้ทั้งหมด เพื่อเก็บเงินเจรจาปิดบัญชีกับเจ้าหนี้
การเก็บเงินนั้น เก็บตามกำลังที่สามารถทำได้ โดยทำบัญชีรายรับรายจ่าย ตรวจสอบรายจ่ายที่จำเป็นและไม่จำเป็น
หากใช้จ่ายแบบประหยัดที่สุดจะเก็บเงินได้เท่าไรในแต่ละเดือน ระยะเวลาการเก็บเงินอยู่ที่ลูกหนี้ ถ้าเก็บเงินเร็วก็สามารถปิดบัญชีได้เร็ว
เมื่อพร้อมแล้วก็ไปเจรจาขอปิดบัญชีกับเจ้าหนี้ ด้วยเงินที่เก็บสะสมโดยต่อรองลดยอดหนี้ลงมา
โดยไม่ต้องใช้เงินเต็มตามจำนวนหนี้ วิธีนี้ทำให้ปิดบัญชีได้ในเงินก้อนเดียวแต่ถ้าหากส่งเงินปรับโครงสร้างหนี้เมื่อไรอาจจะเสียดอกเบี้ยอย่างเดียว
แต่เงินต้นไม่ลด

ในเรื่องของการฟ้องคดี เมื่อหยุดชำระหนี้ไปเพื่อเก็บเงิน ลูกหนี้อาจจะถูกฟ้องคดี ต้องดูว่าลูกหนี้มีทรัพย์สินที่มีชื่อลูกหนี้ไหม
หรือมีเงินเดือนเกิน 20,000 บาทไหม ถ้าไม่ได้อยู่ในเงื่อนไขนี้ ลูกหนี้จะไม่ถูกบังคับคดีในเรื่องของการยึดทรัพย์หรืออายัดเงินเดือน

แต่ถ้ามีทรัพย์สินและไม่ต้องการให้โดนยึด ต้องไปประนอมหนี้ในชั้นศาลเพื่อไม่ให้ทรัพย์สินโดนยึด โดยประวิงเวลาไว้ก่อน
ในขณะเดียวกันก็เก็บเงินไปด้วย

 นายเฉลิมพงษ์ กลับดี หัวหน้าศูนย์ทนายความเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค กล่าวว่า ในกรณีที่ธนาคารปรับโครงสร้างหนี้โดยการ
รวมสัญญาบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลเป็นฉบับเดียวนั้น สามารถทำได้ ไม่ขัดต่อกฎหมาย แต่ต้องตรวจสอบสัญญาที่รวมกันว่ามีเงื่อนไขอะไรบ้าง
ระวังว่ามีเรียกค่าปรับเมื่อชำระล่าช้าหรือไม่ เป็นหนี้ที่ถูกต้องไหม

ส่วนเรื่องอายุความนั้นไม่ได้เปลี่ยน
เพียงแต่ในการทำสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้
ส่วนมากจะให้ลูกหนี้รับว่าเป็นหนี้จำนวนเท่านี้
เมื่อลูกหนี้รับเท่ากับว่าเป็นการรับสภาพหนี้
ทำให้อายุความที่ผ่านมาสิ้นสุดลง ต้องเริ่มต้นนับใหม่
ระยะเวลาจึงยืดยาวออกไป เช่น สัญญากู้เดิม 10 ปี
ลูกหนี้ผิดนัดชำระแล้วไม่ถูกฟ้องมา 3 ปี อายุความก็จะเหลือ 7 ปี
เมื่อทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้แล้วมีการรับสภาพหนี้ด้วย
ระยะเวลาที่ผ่านมา 3 ปีจะไม่นับ เริ่มต้นใหม่เป็น 10 ปีเท่าเดิมเมื่อรับสภาพหนี้ในสัญญา
สมาชิกต่อไปนี้บอกขอบคุณ: tulunu, Mamablue69

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

2 เดือน 4 สัปดาห์ ที่ผ่านมา - 2 เดือน 4 สัปดาห์ ที่ผ่านมา #124607 โดย Badman
กรณีศึกษาจากสมาชิก สู้คดีบัตรเครดิตหมดอายุความ

สมาชิก E-Mail มาปรึกษาว่าต้องขึ้นศาลเดือนหน้าแล้ว จึงดูหมายศาลให้ พบว่าขาดอายุความเกิน 2 ปีแล้ว  ผ่านมานาน 14 ปีแล้วก็ยังฟ้องได้
 
หนี้ของธนาคาร u เงินต้น 34,000.- ดอกเบี้ยแซงเงินต้นไป 100,000.- หนี้รวมที่ถูกฟ้องประมาณ136,000 บาท
ถูกฟ้องคดีบัตรเครดิต  หยุดจ่ายมา 14 ปี หากไม่สู้คดีจะถูกพิพากษา อายุความ 10 ปีหลังจากมีคำพิพากษา
เท่ากับว่าสมาชิกอยู่กับหนี้ตัวนี้ถึง 24 ปีซึ่งนานมาก

วันนี้จะอธิบายวิธีการนับอายุความแต่ต้องรู้ก่อนว่าเป็นหนี้อะไรกันแน่
ดูคำฟ้อง+เอกสารแนบท้ายมีรหัสบอกว่าCC จึงฟันธงได้ว่าเป็นหนี้บัตรเครดิตแน่นอน
บัตรเครดิตมีอายุความ2  ปีตาม ป.พ.พ.มาตรา 193/34 (7)

Concept การนับไม่ต่างกันอยากให้สมาชิกเข้าใจการนับอายุความให้ได้
เพื่อประโยชน์สูงสุดของสมาชิก สถานะล่าสุดโจทก์ถอนฟ้องเพราะสมาชิกยื่นคำให้การสู้คดี  หมดหนี้หลักแสนบาทไปได้ครับ

จุดสังเกตตัวย่อของผลิตภัณฑ์ยูโอบีสู้ผิดอาจแพ้คดีได้

UC = วงเงินยูเครดิตหรือยูโอบี แคชพลัส เป็นบัตรกดเงินสด  มีอายุความ10 ปี
ดอกเบี้ยค้างชำระมีอายุความ5ปีถ้าอายุความยังไม่ถึง10 ปีสู้เรื่องดอกเบี้ยจะได้เบาลงเหลือแต่เงินต้น
IC = ไอแคชหรือยูโอบีไอแคช เป็นสินเชื่อส่วนบุคคลผ่อนชำระเป็นงวดๆ 
มีอายุความ5 ปี
CC= เครดิตการ์ด บัตรเครดิตมีอายุความ2 ปี


#หนี้บัตรเครดิต #โดนฟ้องหนี้บัตรเครดิต #บัตรเครดิตมีอายุความกี่ปี #จ่ายหนี้บัตรเครดิตไม่ไหว
#อายุความสินเชื่อส่วนบุคคล #อายุความบัตรกดเงินสด #อายุความสินเชื่อหมุนเวียน
#คดีสินเชื่อส่วนบุคคล #คดีบัตรเครดิต #อายุความบัตรอิออน #อายุความบัตรยูโอบี
#อายุความบัตรกสิกร #สู้คดีบัตรเครดิตหมดอายุความ
ไฟล์ที่แนบมาด้วย:

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

2 เดือน 4 สัปดาห์ ที่ผ่านมา #124611 โดย คนไอซ์ที
สอบถามกรณีนี้ครับ  ต้องรอได้รายงานกระบวนการพิจารณามาเก็บไว้ใช่มั๊ยครับ
การถอนฟ้องแปลวว่ามูลหนี้หาย  หรือ อาจมีฟ้องใหม่ได้ครับ
ถ้ารายงานเราหาย ตอนโดนฟ้องหรือโทรมาอีก ต้องตอบต่อยังไงครับ

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

2 เดือน 4 สัปดาห์ ที่ผ่านมา #124612 โดย Badman
สอบถามกรณีนี้ครับ  
1. ต้องรอได้รายงานกระบวนการพิจารณามาเก็บไว้ใช่มั๊ยครับ
ใช่ครับเอามาเก็บไว้เป็นหลักฐาน

2. การถอนฟ้องแปลวว่ามูลหนี้หาย  หรือ อาจมีฟ้องใหม่ได้ครับ
อาจจะมีการฟ้องใหม่ได้แต่ถ้ามีหลักฐานนี้ปัญหาการนำกลับมาฟ้องใหม่คงยากขึ้น
หรือมีการขายหนี้ให้บบส.รายอื่นต่อไปอีกทอดแต่คงฟ้องยากครับ ถ้าจะให้จบจริงๆ
ต้องขอหนังสือรับรองคดีถึงที่สุดด้วยจะได้ทำอะไรคุณไม่ได้อีก

3. ถ้ารายงานเราหาย ตอนโดนฟ้องหรือโทรมาอีก ต้องตอบต่อยังไงครับ
ไม่ต้องตอบอะไรบอกว่าเคยฟ้องแล้วถอนฟ้องไปแล้ว
สมาชิกต่อไปนี้บอกขอบคุณ: Muay

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

2 เดือน 3 สัปดาห์ ที่ผ่านมา - 2 เดือน 3 สัปดาห์ ที่ผ่านมา #124631 โดย Badman
กรณีศึกษาสู้คดีฟ้องทายาทโดยธรรมเกิน1 ปีกับธนาคารอันดับต้นๆ ชื่อเมืองหลวงของประเทศไทย

กรณีศึกษานี้  เกิดขึ้นจากน้องชายที่เสียชีวิตไปแล้วเมื่อธันวาคม 62 เสียชีวิตจากการติดเชื้อในกระแสเลือด  หลังจากการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจมาแล้ว 2 วัน
ให้โรงพยาบาลแจ้งกับสนง.เขตเพื่อออกใบมรณะบัตร  หลังจัดงานศพน้องชายเสร็จ จึงมาค้นเอกสารและรวบรวมเอกสารต่างๆเพื่อแจ้งเบิกเงินกับประกันสังคม
ประกันกลุ่มของบริษัทและประกันชีวิตที่พ่วงมากับสัญญาเช่าซื้อ

ในกระเป๋าเจอบัตรเครดิตต่างๆ กับใบแจ้งหนี้ที่ส่งมาทางไปรษณีย์  จึงทราบว่าน้องชายมีหนี้บัตรเครดิตบัตรกดเงินสด
ประมาณ 3 สถาบันการเงิน ปัจจุบันฟ้องมาเพียง 2 รายและพิพากษาไปแล้ว

แจ้งการเสียชีวิตของผู้ตายไปยังธนาคารและสถาบันการเงินที่มีหนี้ทุกราย

ผมไม่ใช่ทนายความ ผมไม่ได้จบกฎหมาย จากที่ศึกษาหาความรู้เรื่องหนี้มาประมาณ15 ปี ในมหาวิทยาลัยฯ
เรียนกฎหมายเบื้องต้น กฎหมายธุรกิจ ภาษีอากรธุรกิจ กฎหมายมรดกมาบ้าง เพราะเป็นวิชาบังคับของคณะ และศึกษามาต่อเนื่องหลายๆปี

หลังจากเสร็จงานศพไปแล้วจึงนำใบมรณะบัตร  มาแจ้งที่อำเภอตามทะเบียนบ้าน  เพื่อคัดชื่อออกจึงได้สำเนาทะเบียนบ้านที่ปั๊มชื่อของน้องชายว่า”ตาย”
และร่างจดหมายแจ้งการเสียชีวิต นำเอกสารใบมรณะบัตรสำเนาทะเบียนบ้าน มาสแกนเป็นไฟล์อิเล็คทรอนิคส์

หนังสือแจ้งการเสียชีวิต  เอามาพิมพ์เตรียมส่งอีเมล์ ตามที่สถาบันการเงินบอกไว้ใน Website ของธนาคาร เมื่อส่งแล้วโทรตามกับ Call Center ว่า
ให้ตอบรับกลับมาทางอีเมล์ด้วยสำคัญมากตรงตอบรับกลับมา  เพื่อนำมานับอายุความ 1 ปี ตาม ปพพ. มาตรา 1754 วรรค 3 เอกสารแนบส่งในช่วงต้นเดือน ม.ค. 2563
ซึ่งสถาบันการเงินเปิดทำการสัปดาห์แรกของปี 2563

ตอนนั้นคิดเพียงว่ามีหน้าที่ต้องแจ้งให้ธนาคารรู้ถึงการตายให้ได้ทุกช่องทางเท่านั้น
ตัวอย่างจดหมายแจ้งการเสียชีวิต ส่วนข้อมูลอีเมล์และที่อยู่มีบนเว็บไซต์ธนาคารให้เซฟเก็บไว้


ส่งทางไปรษณีย์และมีสถานะการส่งถ้าจะให้ดีต้องทำเป็นแบบตอบรับกลับมาถึงจะดีครับ
เก็บใบเสร็จ EMS ด้วยว่ามีหลักฐานการส่ง
ไฟล์ที่แนบมาด้วย:

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

2 เดือน 3 สัปดาห์ ที่ผ่านมา - 2 เดือน 3 สัปดาห์ ที่ผ่านมา #124632 โดย Badman
ปัญหาและอุปสรรคที่พบ

Call Center ของธนาคารส่วนใหญ่เป็นระบบอัตโนมัติเกือบๆ100% โทรไปหลายครั้ง ไม่เจอคนเป็นๆ มาคุยกับเราเสียที
เป็นการสื่อสารทางเดียวที่ไม่สมบูรณ์ไปธนาคาร/สถาบันการเงินตามสาขาในห้างไปถาม และส่งเอกสารไว้แต่ไม่มีเอกสารตอบรับว่า 
ได้รับเอกสารแล้ว  เป็นการสื่อสารทางเดียวเหมือนกันใช้เป็นหลักฐานสู้คดีไม่ได้

ทำอย่างไรให้เกิดการสื่อสารแบบสองทางได้? ผู้ส่งรู้ ผู้รับทราบถึงข้อความ+เจตนาในการสื่อสารของเรา ว่าคืออะไร 
เมื่อคิดได้จึงส่งหลักฐานแจ้งการเสียชีวิตของน้องชายไปทางอีเมล์และไปรษณีย์เป็นหลักฐานมีรายงานสถานะการจัดส่งเพิ่มเติมจากการส่งอีเมล์
การส่งอีเมล์พบจุดบกพร่องว่า  ถ้าอีกฝั่งไม่ตอบรับกลับมาทางอีเมล์  จะกลายเป็นการสื่อสารทางเดียวที่ไม่สมบูรณ์อีกเช่นกัน  ใช้เป็นหลักฐานในอนาคตไม่ได้

ช่วงขอส่วนลดปิดบัญชีให้น้องชายนั้นพบว่า ไม่มีส่วนลดอะไรสำหรับลูกหนี้ที่เสียชีวิตเลย จึงตัดสินใจหยุดการเจรจากับเจ้าหนี้ทุกรายและรอหมายศาล 
มีหลายคนเข้าใจผิด  คิดไปว่าลูกหนี้เสียชีวิตแล้วจบ ความจริงแล้วไม่ใช่แบบนั้นเลย 
ทรัพย์สิน+หนี้สิน+ความรับผิดคือมรดกซึ่งตกแก่ทายาททันที  ถ้าผู้ตายมีทรัพย์สินปล่อยไปโดยไม่สู้คดีหรือไม่เตรียมการไว้ล่วงหน้า อันนี้อันตราย
 
รับหมายศาล
หลังจากแจ้งการเสียชีวิตไปแล้ว 2 ปี มีโทรศัพท์และจดหมายจากสำนักงานกฎหมายมาบ้างพอเข้าปีที่ 2 ผมแจ้งไปว่านี่ 2 ปีแล้ว
คุณฟ้องเสียทีเถอะ ก่อนฟ้องศาล  สนง.กฎหมายของธนาคารจะมีหนังสือแจ้งครั้งสุดท้ายไปที่ทายาทโดยธรรมประมาณเดือนเมษายน 2565 

ต้นเดือนมิถุนายน 2565 มีเจ้าหน้าที่ศาลมาส่งหมายศาลวันรับฟ้อง 24 พฤษภาคม 2565เนื่องจากธนาคารฟ้องคนตายไม่ได้เพราะลูกหนี้สิ้นสภาพบุคคลตามกฎหมายไปแล้ว
เจ้าหนี้จึงฟ้องทายาทในฐานะทายาทโดยธรรม ผมจึงรับหมายศาลไว้และติดต่อทนายความ นำหมายศาล+หลักฐานต่างๆและ เล่ารายละเอียดให้ทนายความฟังทั้งหมดว่า 
สามารถสู้คดีเรื่องอายุความได้หรือเปล่า ทนายความแจ้งว่ามีประเด็นสู้เรื่องอายุความเกิน1 ปี และประเด็นสู้เรื่องการหักเงินในบัญชีผู้ตายไป 1.43 บาทไปการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต 
จึงแต่งทนายความสู้คดี

บทสรุปการต่อสู้คดีฟ้องทายาทเกิน 1 ปี

ขึ้นศาลนัดไกล่เกลี่ย  ทนายความยื่นคำให้การสู้คดี  เดือนมิถุนายน 65 ศาลนัดช่วงเย็น  แจ้งท่านผู้พิพากษาว่าขอสู้คดีเรื่องอายุความ
เนื่องจากธนาคารทราบถึงการตายของลูกหนี้เกิน1 ปีแล้วตามเอกสารคำให้การและหลักฐานการส่งเอกสารทุกช่องทางที่มี

ทนายโจทก์ได้รับคำให้การสู้คดี  ถามว่า หนี้แค่นี้ต้องแต่งทนายสู้คดีด้วยหรือ?
ทนายจำเลย ตอบว่า แล้วหนี้แค่นี้คุณฟ้องทำไมล่ะ?

ธนาคารขอเลื่อนศาลไปอีกนัดเพื่อสืบพยานโจทก์+พยานจำเลยปลายเดือนสิงหาคม 2565
นัดฟังคำพิพากษา 28 กันยายน 2565 ศาลพิพากษายกฟ้อง

บทสรุป
1.      หลักฐานที่แจ้งการเสียชีวิตต่อธนาคารทุกช่องทางที่เก็บข้อมูลไว้มากว่า1 ปี และการเรียบเรียงข้อมูลจากทนายความ คำให้การจำเลย 
มีน้ำหนักมากทำให้ศาลเชื่อได้ว่า โจทก์ทราบถึงการตายของเจ้ามรดกเกิน1 ปี ทำให้สิทธิเรียกร้องของโจทก์ต่อกองมรดกของผู้ตายจึงขาดอายุความตาม
ปพพ.มาตรา1754 วรรค 3 

2.      การหาทนายและเลือกทนายความมีความสำคัญมาก  มีประสบการณ์การว่าความมาก  โดยเฉพาะคดีแรงงานต่างๆ คดีแพ่ง การสืบพยานทำได้ดี  ค่าใช้จ่ายไม่สูง

3.      ซักซ้อมตอนให้การต่อศาลวางแผนให้คุณแม่ขึ้นศาลไป ผมอยู่ในห้องพิจารณาคดีนั่งฟังการพิจารณาคดี ทนายความแจ้งว่าถ้าให้คนที่ทำเอกสารขึ้นไปเบิกความ
อาจจะเสียรูปคดีได้  คุณแม่ถูกฟ้องเป็นจำเลยในคดีนี้คนเดียว  ขึ้นเบิกความในศาล เพราะคุณแม่ไม่ได้ทำเอกสารตั้งแต่ต้นให้การไปว่า  มอบหมายให้ลูกไปแจ้งการเสียชีวิต
ต่อธนาคารตนไม่ทราบรายละเอียด ไม่ทราบว่าผู้ตายมีหนี้อะไรบ้าง มาทราบตอนเปิดค้นเอกสารในห้องแล้วดูกระเป๋าเงินเท่านั้น
แบ่งหน้าที่กันทำคุณแม่มาดูภาพรวมของงาน

4.      กรณีศึกษานี้ไม่ค่อยเจอมากนักฟังแต่เรื่องเล่าเป็นส่วนใหญ่ ส่วนใหญ่ถูกฟ้องจะปล่อยไป(โอเคถ้าไม่ได้รับมรดกอะไรมาสามารถทำได้)
ถึงจะแจ้งการตายก็ไม่มีหลักฐานเก็บ+ไม่สู้คดี  แต่ผมไม่ใช่ ถ้ามีทางสู้คดีได้  ไม่ปล่อยโอกาสแน่นอน

จึงลงกรณีศึกษานี้ให้สมาชิกได้ทราบ รู้เท่าทัน เตรียมหลักฐานสู้คดีไว้ตามไฟล์แนบ  ถ้ามีกรณีนี้เกิดขึ้นกับคนในครอบครัวหรือเพื่อนพ้องของท่าน
และนี่คือคำพิพากษาที่หาอ่านได้ยากมากนำมาให้ศึกษากันครับ
ตามป.พ.พ.มาตรา 193/29 หากลูกหนี้มิได้ยกอายุความขึ้นเป็นข้อต่อสู้ ศาลจะยกฟ้องโดยอ้างว่าหนี้ขาดอายุความแล้วไม่ได้




ไฟล์ที่แนบมาด้วย:

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

1 เดือน 4 สัปดาห์ ที่ผ่านมา - 1 เดือน 4 สัปดาห์ ที่ผ่านมา #124807 โดย Badman
กรณีศึกษาจากสมาชิก สู้คดีบัตรกดเงินสดหมดอายุความ

สมาชิกโทรมาปรึกษาว่าต้องขึ้นศาลอีก 2 เดือนข้างหน้าได้อ่านข้อมูลในชมรมฯ แล้ว ช่วยดูหมายศาลให้พบว่าขาดอายุความเกิน 10 ปีแล้ว 
หนี้ตัวนี้หยุดจ่ายมา 20 ปีกว่าแล้วก็ยังขุดขึ้นมาฟ้องจนได้ หยุดจ่ายมานานแล้วถูกทวงอย่าชำระเข้าไปเด็ดขาดอาจทำให้อายุความสะดุดหยุดลงได้

หนี้ของธนาคารu เงินต้นเกือบๆ 3 หมื่น ดอกเบี้ย 1 แสนกว่าบาท หนี้รวมประมาณ 1 แสนบาท 6 หมื่นบาท ยอดหนี้สูงมาก ควรหาทางสู้คดีน่าจะ
เป็นทางออกที่ดีกว่าถูกฟ้องคดีบัตรกดเงินสดหยุดจ่ายมา 20 ปี 7 เดือน


วันนี้จะอธิบายวิธีการนับอายุความคำฟ้องอ่านแล้วมึนๆ ชวนให้หลงประเด็นได้ง่ายแต่ดูเอกสารแนบท้ายมีรหัสบอกว่า UC
จึงฟันธงได้ว่าเป็นหนี้บัตรกดเงินสดแน่นอนบัตรกดเงินสดอายุความ 10 ปีตามป.พ.พ.มาตรา 193/30

Concept การนับไม่ต่างกันอยากให้สมาชิกเข้าใจการนับอายุความให้ได้
เพื่อประโยชน์สูงสุดของสมาชิก สถานะล่าสุดโจทก์ถอนฟ้องเพราะสมาชิกยื่นคำให้การสู้คดีหมดหนี้หลักแสนไปได้ครับ


จุดสังเกตตัวย่อของผลิตภัณฑ์ยูโอบีสู้ผิดอาจแพ้คดีได้

UC = วงเงินยูเครดิตหรือยูโอบี แคชพลัส เป็นบัตรกดเงินสด  มีอายุความ10 ปี
ดอกเบี้ยค้างชำระมีอายุความ5 ปี ถ้าอายุความยังไม่ถึง 10 ปีสู้เรื่องดอกเบี้ยจะได้เบาลงเหลือแต่เงินต้น
IC = ไอแคชหรือยูโอบีไอแคช เป็นสินเชื่อส่วนบุคคลผ่อนชำระเป็นงวดๆ 
มีอายุความ 5 ปี
CC= เครดิตการ์ด มีอายุความ 2 ปี

#หนี้บัตรเครดิต #โดนฟ้องหนี้บัตรเครดิต #บัตรเครดิตมีอายุความกี่ปี #จ่ายหนี้บัตรเครดิตไม่ไหว
#อายุความสินเชื่อส่วนบุคคล #อายุความบัตรกดเงินสด #อายุความสินเชื่อหมุนเวียน
#คดีสินเชื่อส่วนบุคคล #คดีบัตรเครดิต #อายุความบัตรอิออน #อายุความบัตรยูโอบี
#อายุความบัตรกสิกร #สู้คดีบัตรเครดิตหมดอายุความ#สู้คดีบัตรกดเงินสดหมดอายุความ
ไฟล์ที่แนบมาด้วย:

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

ผู้ดูแล: Badmankonsiam
เวลาที่ใช้ในการสร้างหน้าเว็บ: 0.759 วินาที
ขับเคลื่อนโดย ระบบฟอรัม Kunena