ชมรมหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล

รีไฟแนนซ์หนี้บัตรเครดิต เป็นหนี้เน่าหมด PDF พิมพ์ อีเมล
วันอังคารที่ 02 กุมภาพันธ์ 2010 เวลา 09:40 น.
AddThis Social Bookmark Button
ธนาคารอิสลามจุกหลังโครงการรีไฟแนนซ์หนี้บัตรเครดิตไม่เกิน 2 แสน เป็นหนี้เน่าหมด
 
ธีรศักดิ์ สุวรรณยศ
นายธีรศักดิ์ สุวรรณยศ กรรมการผู้จัดการธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ธนาคารได้ปิดโครงการรับรีไฟแนนซ์หนี้บัตรเครดิตมูลหนี้ไม่เกิน 2 แสนบาท ต่อราย และไม่ต้องใช้บุคคล ค้ำประกันเป็นการชั่วคราว หลังพบความเสียหายจากลูกหนี้ทั้งหมดที่รับเข้ามา 200 ราย รวมวงเงินกว่า 30 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ธนาคารอยู่ระหว่างดำเนินการตามกฎหมาย

ทั้งนี้ ธนาคารจะปรับเปลี่ยนเงื่อนไขที่เห็นว่าจะทำให้ธนาคารเสียหาย เช่น เพิ่มวงหนี้เป็น 3 แสนบาท ต้องใช้บุคคลค้ำประกัน การขยายระยะเวลาทำงาน และอัตราเงินเดือนมากขึ้นกว่าเดิม โดยจะเปิดโครงการใหม่และรับแปลงหนี้แค่ 3 เดือนก่อน เพื่อทดสอบว่ามีความเสียหายเกิดขึ้นอีกหรือไม่ หากพบว่าเสียหายอีกก็จะยกเลิกโครงการ

ปัจจุบันยอดลูกค้ารีไฟแนนซ์หนี้บัตรเครดิตมีวงเงินรวม 3,000 ล้านบาท ในส่วนค้าที่มีบุคคลค้ำประกัน มีเอ็นพีแอลเพียง 1%

สำหรับเงื่อนไขสินเชื่อรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคล โดยคิดอัตรากำไรเริ่มต้นที่ 14.5% ต่อปี และให้ผ่อนนาน 6 ปี

นายธีรศักดิ์ กล่าวว่า ธนาคารจะได้รับการเพิ่มทุน 6,000 ล้านบาท ซึ่งจะสามารถขยายสินเชื่อได้ไม่ต่ำกว่า 8.8 หมื่นล้านบาท และมีสินทรัพย์รวมเพิ่มเป็น 1 แสนล้านบาท โดยธนาคารตั้งเป้ายอดเงินฝากไม่ต่ำกว่า 7.87 หมื่นล้านบาท และมีกำไร 668 ล้านบาท ส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ตั้งเป้าลดเหลือ 8% จากปัจจุบันที่ อยู่ที่ 9%

ทั้งนี้ ในปี 2553 ธนาคารตั้งเป้าขยายสินเชื่อแบบก้าวกระโดด โดยจะเน้นขยายฐานลูกค้าเงินฝากและสินเชื่อรายย่อย ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนเป็น 25% ของลูกค้าทั้งหมด จากปัจจุบันมี 15% และจะคาดว่าเพิ่มเป็น 60% ภายใน 2 ปี

นอกจากนั้น จะเน้นโครงการสินเชื่อรายย่อย เช่น โครงการสินเชื่ออุ่นใจ วงเงินกว่า 2 หมื่นล้านบาท สินเชื่อเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น สินเชื่อเพื่อสร้างอาชีพ สินเชื่อธนาคารชุมชน สินเชื่อรากหญ้า (Islamic Micro Finance) สินเชื่อแก้หนี้นอกระบบ สินเชื่อยิ้มสู้กู้วิกฤตภายใต้เศรษฐกิจพอเพียง สินเชื่อให้การสนับสนุนโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามเป็นต้น

สำหรับความคืบหน้าการออกพันธบัตรอิสลาม ขณะนี้อยู่ระหว่างรอกระทรวงการคลังเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จไม่เกิน 2 เดือน

บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า รายได้สุทธิของลูกจ้างที่ได้รับเงินเดือนในปี 2553 จะเพิ่มขึ้น 5% แต่เมื่อหักลบด้วยแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2553 ที่มีโอกาสสูงขึ้น 3-4% เป็นผลให้อำนาจซื้อของลูกจ้างสูงขึ้นกว่า ปีที่ผ่านมาไม่มาก กลุ่มที่น่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาน่า จะอยู่ในกลุ่มผู้ที่ทำการเกษตรในสาขาที่พืชผลมีแนวโน้มราคาดี กลุ่มแรงงานที่เคยถูกเลิกจ้างในปีก่อน และได้รับการว่าจ้างกลับเข้าทำงานในปีนี้ และกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจ ส่วนตัว

 

.....................................................................................

ขอบคุณข่าวจาก นสพ.โพสต์ทูเดย์ วันอังคารที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

http://www.posttoday.com/finance.php?id=88060

 
Share on facebook

ค้นหาในกระทู้

คำสำคัญ

เปลี่ยนธีมสีของเว็บบอร์ด

Template
mod by JoniJnm.es

Login เข้าระบบ

เรามีคน Online

เรามี 459 บุคคลทั่วไป และ 8 สมาชิก ออนไลน์
  • anutta
  • Barcode910
  • MK245
  • Kigyakuza
  • kichanchai
  • Janenisa
  • Wirayut

ครบเครื่องเรื่องผู้บริโภค

You are here  :