ชมรมหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล

สถาบันการเงินเล่นบทโหด ลุยฟ้อง "ลูกหนี้" ล้มละลายทันที PDF พิมพ์ อีเมล
วันศุกร์ที่ 02 เมษายน 2010 เวลา 21:41 น.
AddThis Social Bookmark Button
เจ้าหนี้สถาบันการเงินเล่นบทโหด ลุยฟ้อง "ลูกหนี้" ล้มละลายทันที คดีทะลักศาลเฉียด 2 หมื่น


คดีล้มละลายทะลักศาลล้มละลายกลาง มีนาคม ปี 53 จ่อ 4,000 คดีแล้ว ปีที่แล้ว ทำลายสถิติ 10 ปี คดีพุ่ง 18,525 คดี เผยเจ้าหนี้สถาบันการเงินเล่นบนโหด สบช่องใช้วิธีฟ้องล้มละลายลูกหนี้ ทันที ไม่ฟ้องแพ่งแล้ว ไม่ทันใจ ทนายความเผยฟ้องล้มละลายทันทีได้ผลดีกว่า

นายอนันต์ วงศ์ประภารัตน์ อธิบดีผู้พิพากษาศาลล้มละลายกลาง เปิดเผย" ประชาชาติธุรกิจ" ว่า คดีที่เข้าสู่ศาลล้มละลายกลางปีที่แล้วเพิ่มสูงขึ้นมากอย่างเห็นได้ชัด โดยเพิ่มเป็น 18,525 คดี เนื่องมาจากผลพวงคดีใกล้ครบอายุความ 10 ปี นับจากวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 ทำให้เจ้าหนี้ยื่นฟ้องก่อนคดีขาดอายุความ


   
ประกอบกับ บรรดาเจ้าหนี้ สถาบันการเงิน ต่างใช้วิธีการยื่นฟ้องต่อศาลล้มละลาย จากเดิมที่จะฟ้องเป็นคดีแพ่งก่อน แล้วค่อยฟ้องล้มละลาย ซึ่งเป็นเหตุทำให้คดีล้มละลายเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ล่าสุดปี 2553 จากมกราคมถึง 26 มีนาคม 2553 มีการยื่นฟ้องเป็นคดีใหม่แล้ว 3,647 คดี และมีคดีฟื้นฟูกิจการใหม่เข้ามา 16 คดี


 
"คดีที่เพิ่มขึ้นมากปี 2552 เกิดจากคดีใกล้หมดอายุความ แต่คดีที่เพิ่มสูงในปี 2553 เกือบ 4 พันคดีในช่วงต้นปีอาจเป็นผลมาจากปัญหาเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นสู่ภาวะปกติ"


  
นายอนันต์กล่าวต่อไปว่า ปี 2553 มีคดีอยู่ระหว่างพิจารณากว่า 14,000 คดี ทั้ง ๆ ที่ในปีที่แล้วศาลพิจารณาเสร็จไปแล้วกว่า 23,000 คดี คดีที่เพิ่มมากขึ้นทำให้ศาลต้องเปิดทำการในวันเสาร์ ขณะที่ผู้พิพากษา 1 คน ต้องพิจารณาคดีเฉลี่ยวันละ 25 คดี ซึ่งถือว่าเกินพอดีไปมาก


  
ผู้สื่อข่าวรายงานจากศาลล้มละลายกลางว่า ในช่วงปี 2552 มีคดีใหม่เข้ามาสู่ศาล ล้มละลาย 18,525 คดี ไตรมาสแรก 5,408 คดี ไตรมาสสอง 4,340 คดี ไตรมาสสาม 4,401 คดี ไตรมาสสี่ 4,376 คดี


 
ปริมาณคดีที่มาสู่ศาลมากที่สุดในรอบ 10 ปี ปี 2542 จำนวน 416 คดี ปี 2543 จำนวน 994 คดี ปี 2544 จำนวน 1,573 คดี ปี 2545 จำนวน 1,906 คดี ปี 2547 จำนวน 5,683 คดี ปี 2548 จำนวน 8,021 คดี ปี 2549 จำนวน 13,244 คดี ปี 2550 จำนวน 15,380 คดี ปี 2551 จำนวน 16,770 คดี และปี 2552 จำนวน 18,525 คดี


    
แหล่งข่าวในวงการกฎหมาย  เปิดเผย"ประชาชาติธุรกิจ"ว่า  การฟ้องคดีล้มละลาย กับคดีแพ่ง มีข้อแตกต่างระหว่างกัน ตามบทบัญญัติของกฎหมาย ซึ่งอาจทำให้นักกฎหมายในส่วนของสถาบันการเงิน ใช้วิธีฟ้องล้มละลาย โดยไม่ฟ้องเป็นคดีแพ่ง ก่อน


       
หนึ่ง  การฟ้องคดีล้มละลายสามารถฟ้องได้ทั้งหนี้ที่ถึงกำหนดชำระแล้วและหนี้ที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระแต่ทราบจำนวนที่แน่นอน ส่วนการฟ้องคดีแพ่งจะต้องเป็นหนี้ที่กำหนดได้แน่นอนและถึงกำหนดชำระแล้วเท่านั้น


        
สอง  ในคดีล้มละลาย เจ้าหนี้ทุกคนมีสิทธิได้รับชำระหนี้จากทรัพย์สินของลูกหนี้ โดยเจ้าหนี้มีประกันไม่สามารถฟ้องบังคับเอาแก่ทรัพย์อันเป็นหลักประกันในหนี้ของตนได้ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อเจ้าหนี้มีประกันได้ยื่นขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายแล้ว เจ้าหนี้มีประกันย่อมมีสิทธิเหนือทรัพย์สินอันเป็นประกันดีกว่าเจ้าหนี้รายอื่น 
   
ส่วนการฟ้องคดีแพ่ง เจ้าหนี้มีประกันย่อมมีสิทธิเหนือทรัพย์อันเป็นประกัน ในการที่จะร้องขอต่อศาลเพื่อยึดนำมาชำระหนี้หรือหลุดมาเป็นขอตนได้ โดยที่เจ้าหนี้รายอื่นไม่มีสิทธิบังคับในหลักประกันดังกล่าวแต่อย่างใด


       
สาม  ในคดีล้มละลาย เมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้แล้ว ลูกหนี้จะถูกจำกัดสิทธิในการจัดการทรัพย์สินทันทีโดยอัตโนมัติ จึงไม่สามารถทำนิติกรรมจำหน่ายจ่ายโอนทรัพย์สินเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกบังคับชำระหนี้ได้ ส่วนการฟ้องคดีแพ่ง ลูกหนี้ยังสามารถทำนิติกรรมจำหน่ายจ่ายโอนทรัพย์สินของตนได้ เจ้าหนี้จึงต้องขอคุ้มครองชั่วคราวเพื่อป้องกันมิให้ลูกหนี้จำหน่ายจ่ายโอนทรัพย์สินได้


    
อย่างไรก็ตาม   พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483  ซึ่งได้มีการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2542 ได้วางหลักคุณสมบัติของลูกหนี้ที่อาจถูกฟ้องล้มละลายไว้ในมาตรา 9 คือ
 
1.ต้องมีหนี้สินล้นพ้นตัว  2.ถ้าเป็นบุคคลธรรมดา ต้องมีจำนวนหนี้ไม่น้อยกว่าหนึ่งล้านบาท*** ส่วนนิติบุคคลต้องมีจำนวนหนี้ไม่น้อยกว่าสองล้านบาท  3..ต้องเป็นหนี้ที่กำหนดจำนวนได้แน่นอน ไม่ว่าหนี้นั้นจะถึงกำหนดชำระโดยพลันหรือในอนาคตก็ตาม


   
ประกอบกับ  ศาลต้องพิจารณาให้ได้ความจริงว่า ลูกหนี้มีคุณสมบัติครบองค์ประกอบที่จะถูกฟ้องคดีล้มละลายหรือไม่ ถ้าเห็นว่าครบ ศาลก็จักมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาด หากคุณสมบัติไม่ครบองค์ประกอบ หรือ ลูกหนี้นำสืบได้ว่า อาจชำระหนี้ได้ทั้งหมดหรือมีเหตุอื่นที่ไม่ควรให้ลูกหนี้ล้มละลาย ศาลจักยกฟ้องทันที เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 14

 

............................................................................................................................ 

ข่าวแนะนำโดยคุณ kaewja

วันที่ 02 เมษายน พ.ศ. 2553 ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1270184452&grpid=00&catid=no

 

 *** สำหรับลูกหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล ไม่ต้องกังวลกับการฟ้องล้มละลายมากนัก เพราะโอกาสที่ยอดหนี้จะเกิน 1 ล้านบาท ในแต่ละสถาบันการเงินนั้นมีน้อย

 
Share on facebook

ค้นหาในกระทู้

คำสำคัญ

เปลี่ยนธีมสีของเว็บบอร์ด

Template
mod by JoniJnm.es

Login เข้าระบบ

เรามีคน Online

เรามี 421 บุคคลทั่วไป และ 2 สมาชิก ออนไลน์
  • IndyGirL
  • nattachok

ครบเครื่องเรื่องผู้บริโภค

You are here  :