ชมรมหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล

ธปท. อุ้ยอ้าย แตะช่องว่างดอกเบี้ยธนาคาร PDF พิมพ์ อีเมล
วันศุกร์ที่ 06 สิงหาคม 2010 เวลา 09:04 น.
AddThis Social Bookmark Button

ธปท.ชี้ค่าธรรมเนียมบริทางการเงินและส่วนต่างดอกเบี้ยกู้ฝากในปัจจุบันสูงเกินไปน่าจะลดลงได้อีก เร่งประสานปรับให้เหมาะสม

นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย ( ธปท.)  กล่าวว่า ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยจ่ายและดอกเบี้ยรับสุทธิ(NIM) ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 2.9% ถือว่าไม่ใช่อัตราที่เหมาะสมมากนัก แม้ว่าจะต่ำกว่าหลายประเทศในภูมิภาคที่สูงกว่าไทย เช่น อินโดนีเซียอยู่ที่ 5% ฟิลิปปินส์ 4% เกาหลี 3.1% แต่ก็ยังมีประเทศที่ทำได้ต่ำกว่าไทย เช่น มาเลเซียและสิงคโปร์อยู่ที่ 2.2% ดังนั้นส่วนต่างระดับนี้ของไทยจึงน่าจะปรับลดลงได้อีก เป็นโจทย์สำคัญที่ธนาคารพาณิชย์ และ ธปท.จะหาแนวทางที่จะลดต้นทุนให้ต่ำลงหรือเหมาสะมมากขึ้น เพื่อช่วยทำให้ต้นทุนทางเศรษฐกิจลดลงตามไปด้วย

ทั้งนี้ ธปท.จะเร่งประสานงานกับระบบธนาคารพาณิชย์อย่างใกล้ชิด เพื่อพยามลดค่าธรรมเนียมบริการทางการเงินและNIM ให้เหมาะสมมากขึ้นต่อไป แต่การคิดส่วนต่างก็ต้องมองให้ตรงกัน เพราะแต่ละฝ่ายมองจากวิธีคิดที่ต่างกันซึ่งคิดได้ถึง 3 วิธี

สำหรับวิธีการคิดส่วนต่างดอกเบี้ย 3 วิธี ประกอบด้วย วิธีที่ 1 ใช้ดอกเบี้ยลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี(เอ็มแอลอาร์)– ดอกเบี้ยออมทรัพย์ โดยวิธีนี้ส่วนต่างจะอยู่ที่ประมาณ 5% ซึ่งถ้าคิดด้วยวิธีนี้สูง  ส่วนวิธีที่ 2 เอาดอกเบี้ยรับเฉลี่ยลบด้วยดอกเบี้ยจ่ายที่ต้องจ่ายให้กับเงินฝากเฉลี่ย การคิดวิธีนี้ส่วนต่างจอยู่ที่ 4% และวิธีที่ 3 เอาดอกเบี้ยจ่ายทั้งหมดลบด้วยดอกเบี้ยรับทั้งหมด (NIM) ซึ่งอันนี้ต่ำที่สุดอยู่ที่ 2.9% ซึ่งธปท.ก็ใช้ตัวนี้มองอยู่แล้ว

“ธปท.ได้มีการประสานอย่างใกล้ชิดกับธนาคารพาณิชย์ เพื่อพยายามลดค่าธรรมเนียมและ NIM ของระบบ ที่ปัจจุบันหรือ ในสิ้นไตรมาส2 ปีนี้อยู่ที่ 2.9% ให้อยู่ในระดับใกล้เคียงกับประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาค แม้ว่าส่วนต่างดอกเบี้ยของไทยเราจะไม่ได้อยู่ในระดับสูงสุด” นางธาริษากล่าว

นางธาริษา กล่าวว่า อย่างไรก็ตามNIM ในอดีตของธนาคารพาณิชย์สูงกว่านี้ แต่ด้วยความพยายามจึงลดลงมาอย่างได้ต่อเนื่อง แต่การจะลดต้นทุนของธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบ ตามที่พยามกันอยู่ เพื่อเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ค่าบริการและNIMลดลงอีกคงต้องใช้เวลาบ้าง

โดยที่ผ่านมาธปท.ได้มีมาตรการผ่อนปรนเพื่อให้ธนาคารมีต้นทุนที่ต่ำลงมา ต่อเนื่อง เช่น ผ่อนปรนให้ธนาคารพาณิชย์สามารถปรับปรุงสินทรัพย์ที่รอการขายหรือเอ็นพีเอ ให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น เพื่อจำหน่ายออกไปได้มากขึ้น เป็นการเพิ่มรายได้ให้กับธนาคาร และการลดภาระในการดูแลก็เป็นช่องทางหนึ่งที่จะช่วยลดต้นทุนของธนาคารพาณิชย์

 

.....................................................................................

ขอบคุณข่าวจาก นสพ.โพสต์ทูเดย์ วันพฤหัสบดีที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2553

 
Share on facebook

ค้นหาในกระทู้

คำสำคัญ

เปลี่ยนธีมสีของเว็บบอร์ด

Template
mod by JoniJnm.es

Login เข้าระบบ

เรามีคน Online

เรามี 526 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

ครบเครื่องเรื่องผู้บริโภค

You are here  :