ชมรมหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล

ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป
ชื่อผู้ใช้: รหัสผ่าน: จดจำข้อมูลการเข้าระบบ
  • หน้าที่:
  • 1

กระทู้: แชร์ประสบการณ์ "ปลดหนี้" ตามแนวทางของชมรมฯ (ใกล้เป็นไท)

แชร์ประสบการณ์ "ปลดหนี้" ตามแนวทางของชมรมฯ (ใกล้เป็นไท) 6 ปี 5 เดือน ที่ผ่านมา #29126

  • kaipenthai1
  • ( สมาชิก )
  • รูปประจำตัวของ kaipenthai1
  • ออฟไลน์
  • อดีตกรรมการ
  • จำนวนโพสต์: 12
  • Thank you received: 35
สืบเนื่องจากที่คุณกอบัว แจ้งว่าข้อมูลบางส่วนเสียหายจากน้ำท่วม ผมลองกลับไปค้นดูข้อมูลปรากฎว่าผมยังมี save เก็บไว้ครับ เลยขอนำมาโพสอีกรอบ เผื่อมีประโยชนฺ์กับเพื่อนๆ นำไปปรับใช้ตามความเหมาะสมต่อไปนะครับ



ย้อนข้อมูลที่ผมเคยโพสเมื่อ ก.ค. 2554
(คืนนี้มีเวลา) เลยขออนุญาต เอา Idea ของคุณเก่ง (สหายเก่าแก่) มาใช้ประกอบการเขียนนะครับ---- > จากที่ผมตัดสินใจหยุดจ่ายหนี้(จริงๆ) ทุกรายก็ตอนกลาง-ปลายปี 2551 - ณ ปัจจุบัน (ก.ค. 2554) ก็ประมาณ 3 ปีกว่าๆแล้ว ผมเลยอยากเข้ามาแชร์ การแก้ปัญหาหนี้สินให้เพื่อนๆสมาชิกได้ทราบกัน เผื่อจะพอมีประโยชน์นะครับ

หนี้สินทั้งระบบของผมมีทั้งหมด 19 รายการ ยอดหนี้รวม 1.7 ล้านบาท โดยก่อนที่จะใช้ second way ผมได้กดเงินคงเหลือทุกบัตรออกมา และทำการจ่ายปิดไป 4 รายการ จึงเหลือ 15 รายการ ยอดหนี้เงินต้นที่หยุดจ่าย 1.52 ล้านบาท (รวมหนี้บ.หลักทรัพย์ UOB 270,000 บาท)
- ปิดหนี้สินไปแล้ว 12 รายการ
- อยู่ระหว่างผ่อนชำระ 3 รายการ (ศาลตัดสินแล้ว รวมหนี้บ.หลักทรัพย์ด้วย)

ปิดหนี้สินไปแล้ว 12 รายการ
1.บัตรเครดิตกรุงไทย วีซ่า
หยุดจ่าย 155,000 บาท ยอดหนี้ตอน HC (ต้นปี 2553) ประมาณ 200,000 บาท โดยได้รับหมายศาลแล้ว และปิดก่อนขึ้นศาล เจรจาปิดหนี้ที่ 100,000 บาท ปิดหนี้เรียบร้อยแล้ว
2.บัตรเครดิตกรุงศรีอยุธยา วิซ่า
หยุดจ่าย 90,000 บาท ยอดหนี้ตอน HC (ต้นปี 2552) ประมาณ 102,000บาท เจรจาปิดหนี้ที่ 51,000 บาท 3 งวด ปิดหนี้เรียบร้อยแล้ว
3.บัตรเครดิตเซ็นทรัล มาสเตอร์
หยุดจ่าย 90,000 บาท ยอดหนี้ตอน HC (กลางปี 2552) ประมาณ 105,000บาท โดยได้รับหมายศาลแล้ว และปิดก่อนขึ้นศาล เจรจาปิดหนี้ที่ 57,000 บาท ปิดหนี้เรียบร้อยแล้ว
4.บัตรเครดิตเทสโก้ วีซ่า
หยุดจ่าย 60,000 บาท ยอดหนี้ตอน HC (กลางปี 2552) ประมาณ 70,000บาท เจรจาปิดหนี้ที่ 35,000 บาท ปิดหนี้เรียบร้อยแล้ว

5.บัตรเครดิตHSBC วิซ่า
หยุดจ่าย 81,000 บาท ยอดหนี้ตอน HC (กลางปี 2552) ประมาณ 95,000บาท โดยได้รับหมายศาลแล้ว และปิดก่อนขึ้นศาล เจรจาปิดหนี้ที่ 60,000 บาท 2 งวด ปิดหนี้เรียบร้อยแล้ว
6.บัตรเครดิตHSBC มาสเตอร์
หยุดจ่าย 80,000 บาท ยอดหนี้ตอน HC (ต้นปี 2552) ประมาณ 93,000บาท เจรจาปิดหนี้ที่ 55,000 บาท 2 งวด ปิดหนี้เรียบร้อยแล้ว
7.เรดดี้ บัตรกดเงินสด
หยุดจ่าย 160,000 บาท แต่เนื่องจากยอดมาก ผมจึงทำฟอร์มปรับโครงสร้างเพื่อดึงเวลาผ่อน 1,000 บาท/เดือน (ลดค่าปรับดอกเบี้ยค้างทั้งหมด) ผมยอมผ่อนเพื่อดึงเวลาไป 12 เดือน แล้วค่อยหยุดอีกรอบอีก 1 ปี ยอดหนี้ตอน HC (กลางปี 2553) ประมาณ 170,000บาท เจรจาปิดหนี้ที่ 85,000 บาท ปิดหนี้เรียบร้อยแล้ว
8.บัตรเครดิตซิตี้แบงก์
หยุดจ่าย 25,000 บาท ยอดหนี้ตอน HC (กลางปี 2552) ประมาณ 30,000บาท เจรจาปิดหนี้ที่ 15,000 บาท 2 งวด ปิดหนี้เรียบร้อยแล้ว
9.สินเชื่อไทยธนาคาร
หยุดจ่าย 90,000 บาท ยอดหนี้ตอน HC (ต้นปี 2553) ประมาณ 100,000บาท เจรจาปิดหนี้ที่ 50,000 บาท ปิดหนี้เรียบร้อยแล้ว
10.บัตรเครดิต SBC วิซ่า
หยุดจ่าย 80,000 บาท ยอดหนี้ตอน HC (ปลายปี 2552) ประมาณ 92,000บาท เจรจาปิดหนี้ที่ 47,000 บาท ปิดหนี้เรียบร้อยแล้ว
11.บัตรกดงินสด SBC speedy cash
หยุดจ่าย 90,000 บาท ยอดหนี้ตอน HC (กลาง-ปลายปี 2552) ประมาณ 115,000บาท เจรจาปิดหนี้ที่ 63,000 บาท ปิดหนี้เรียบร้อยแล้ว
12.บัตรเครดิต Kbank วิซ่า
หยุดจ่าย 75,000 บาท ยอดหนี้ตอน HC (ต้นปี 2553) ประมาณ 85,000บาท เจรจาปิดหนี้ที่ 50,000 บาท ปิดหนี้เรียบร้อยแล้ว
อยู่ระหว่างผ่อนชำระ 3 รายการ
1และ 2 .บัตรเครดิตนครหลวงไทย วีซ่า และ บัตรกดเงินสด
ยอดหนี้ตอนหยุดจ่าย2 บัตรรวม 180,000 บาท เจ้าหนี้ฟ้องศาล(ต้นปี 2553) ยอดฟ้อง 207,000 บาท เนื่องจากธนาคารมันกวนทีน ผมเลยยื่นคำให้การเลื่อนไป ศาลตัดสิน (กลาง-ปลายปี 2553) ดอกเบี้ย 10% โดยจำเป็นทำยอม เหตุผลคือ ผมต้องการจ่าย 1-2 ปีแรกน้อยๆ เพราะดอกเบี้ยน้อย ตอนนี้ผ่อนมา 2,400 บาท จำนวน 10 เดือนแล้ว กำลังจะทำหนังสือขอปิดบัญชี ถ้ามันยอมลดก็จะปิด ถ้าไม่ลดก็จ่ายน้อยๆไปเรื่อยๆ ไม่รีบ
3.บ.หลักทรัพย์ UOB
ยอดหนี้ตอนโดนฟ้อง 270,000 ศาลตัดสิน (ต้นปี 2551) ไม่มีดอกเบี้ย ผมไม่ได้ทำยอม ช่วงแรกจึงหักคอจ่ายไปก่อนแล้วก็ทำหนังสือตาม ตอนนี้ผ่อนเดือนละ 2,000 บาท ผ่อนมา 4 ปีแล้ว โดยนานๆจะแกล้งหยุดจ่ายสักเดือนแล้วแต่อารมณ์ ^^ จ่ายไปเรื่อยๆ เพราะไม่มีดอกเบี้ย



ก็หวังว่าเผื่อจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆสมาชิกครับ สรุปตอนนี้ถ้าเอาเงินที่ผมเก็บสะสมอยู่ในบัญชี ลบ หนี้ที่กำลังผ่อนอยู่ --- > ผมไม่มีหนี้แล้วครับ แต่ที่ผมยังไม่จ่ายเพราะความเขี้ยวของนครหลวงไทย ถ้ายังไม่ยอมเปลี่ยนนโยบาย เรื่อง HC ผมก็ไม่ยอมจ่ายเงินก้อนเต็มจำนวนเหมือนกัน ก็ผ่อนน้อยๆไปเรื่อยๆๆ ผมไม่เดือนร้อน (โทษฐานเขี้ยวแบบโง่ๆๆ จนต้องขายกิจการ)
ที่สำคัญที่ผมได้ประโยชน์กับจากการเป็นหนี้ครั้งนี้คือ
1. ผมมีวินัยในการใช้เงินมากขึ้นมากๆๆๆ ตอนนี้ผมสามารถออมจากรายได้ 80% เลย คือแกล้งยังทำตัวเหมือนเดิมว่าตัวเองเก็บเงินเพื่อใช้หนี้อะไรทำนองนั้น ฝึกจนเคยชินแล้วนั่นเอง
2. เข้าใจอะไรมากขึ้น รักพ่อแม่มากขึ้น รักตัวเองมากขึ้น แถมมีเงินเพื่อหาสิ่งดีๆตอบแทนพ่อแม่ เช่น อาหารเสริมสุขภาพ ยาบำรุงร่างกาย ดีกว่าไปเสียดอกเบี้ยมหาโหดเหมือนในอดีต
3. ที่สำคัญมีความสุขทางใจมากครับ เงินเดือนออกเหลือเต็มเม็ดเต็มหน่วย มองแล้วก็สุขใจ ทำให้มีกำลังใจทำงานต่อไปครับ

ถ้ามีเวลาอีก ผมจะเอารายละเอียดของแต่ละแบงค์มาวิเคราะห์ให้ฟัง ว่าแบงค์ไหนโทรทวงโหดมาก โหดน้อย แบงค์ไนใจดีที่สุด แบงค์ไหนคุยง่ายที่สุด แบงค์ไหนชอบฟ้องเร็ว แบงค์ไหนไม่จำเป็นก็ไม่อยากฟ้อง --- > เพราะผมจดไว้หมด

เป็นกำลังใจให้ทุกคนครับ
...ใกล้เป็นไท....
สมาชิกเท่านั้นที่มีสิทธิในการตั้งและตอบกระทู้
สมาชิกที่ถูกใจโพสต์นี้: กอบัว, พี่ลี, poopae, devil angel, jackhunter, BlueIcing, powerfully, koko

ตอบกลับ: แชร์ประสบการณ์ "ปลดหนี้" ตามแนวทางของชมรมฯ (ใกล้เป็นไท) 6 ปี 5 เดือน ที่ผ่านมา #29127

  • kaipenthai1
  • ( สมาชิก )
  • รูปประจำตัวของ kaipenthai1
  • ออฟไลน์
  • อดีตกรรมการ
  • จำนวนโพสต์: 12
  • Thank you received: 35
ย้อนข้อมูลที่ผมเคยโพส ก.ค.-ส.ค. 2554

(ต่อ) มีเวลาว่างนิดหน่อยก่อนนอน ผมเลยอยากแชร์ข้อมูลเพิ่มเติม ---- > เผื่อเป็นกำลังใจกับเพื่อนๆที่กำลังสู้อยู่นะครับ ว่าเป็นแค่หนี้เงินมันไม่น่ากลัวเลย (ถ้าเข้าใจทุกขั้นตอนตั้งแต่ ต้น จน จบ) ที่เพื่อนๆยังมีความกลัวเพราะยังไม่รู้ เลยกลัวไปต่างๆๆนาๆๆ นะครับ

เกริ่นก่อนนะครับ
แรกๆผมก็เหมือนเพื่อนๆ ผมก็ไม่ได้รู้อะไรมากมายมาก่อนเลย สมัยก่อนเวบก็ไม่ได้มีข้อมูลเพียบพร้อมขนาดนี้ (อิจฉาเพื่อนๆ รุ่นใหม่นะครับ ที่เวบตอนนี้ข้อมูลพร้อมากมาย)--- > ถ้าเพื่อนๆขยันอ่านก็ทำได้แบบผมง่ายๆเลย (ยืนยัน)

สรุปเทคนิค (ตามไสตล์ของผม คือ ไม่อยากมีปัญหาที่ทำงาน)
1. ผมจะมีปัญหากับคนทวง (แบงค์และสนง.กม) ค่อนข้างน้อยคือ 2 ปี เฉลี่ย 10% --- >เทคนิคคือ 80% จะเป็นเชิงบุ๋น อีก 20% เป็นเชิงบู๋ (ยามจำเป็น) ---- > ออกแนวดื้อตาใส รับปากแบบมีหลักการ ไม่ผิดคำพูด เพราะจะจดไว้ว่าเคยรับปากอย่างไร ทำได้ไม่ได้ก็บอกตรงๆ มุกที่เจ้าหนี้ต้องยอมทุกครั้งคือ ไม่มีเงินจริงๆ อยากฟ้องก็ฟ้อง
2. เคยโดนโทรเข้า ออฟฟิศ ที่ทำงาน 2 ครั้งเท่านั้น จากการโดนโทรทวงทั้งหมด หลายร้อย ครั้งในรอบ 2 ปี --- > ข้อนี้ผมมีเทคนิคหลายข้อ
2.1 ตั้งแต่เริ่มหยุดจ่าย จะสื่อสารไปว่า ลาออกจากงานแล้ว
2.2 ช่วง 2 เดือนแรก ผมจ้างเพื่อนสนิทรับโทรฯแทน (เพื่อนผมตกงาน) โดยทำการโอนเบอร์มือถือผมเข้าไปเบอร์เพื่อนแทนบางครั้ง(ถ้าผมติดงานรับเบอร์มือถือไม่ได้ เช่น นั่งประชุม) โดยมีกลยุทธ์ย่อย คือ ผมจะโฟกัสคำพูด แบ่งเป็น 2 Step --- > ช่วง 30 วันแรกของการหยุด ให้บอก call center แบงค์ว่า”จะจ่ายตอนสิ้นเดือน” โทรมากี่ครั้งก็ให้บอกไปแบบนี้ สั้นๆ (จะโดนโทรทวง 1 ครั้งในรอบ 1 เดือนเท่านั้นเพราะไก่ยังไม่ตื่น ^^) ----> ช่วง 31-60 วันของการหยุด การทวงถามยังเป็น call center ผมก็ใช้กลยุทธ์เสริมว่า “จะขอจ่ายตอนสิ้นเดือน รวบยอด 2 เดือนเลย” บอกสั้นๆ (จะโดนทวง 1 ครั้งต่อสัปดาห์) แต่แบงค์จะไม่ถามอะไรมาก แต่ขอให้รับสายมือถือทุกครั้ง เพื่อบอกให้รู้ว่า ถ้าอยากคุยกับเราคือโทรเข้ามือถือเท่านั้น (กรณี ที่ไม่ต้องการให้ธนาคารโทรเข้า Office )
> ตรงนี้จะเป็นไม้เด็ดของผมเลย เช่น สมมุติว่า แบงค์โทรเข้ามือถือแล้วผมรับทุกครั้ง แล้วปรากฎว่าจู่ๆ แบงค์มันก็โทรเข้า Office โดยไม่มีเหตุผลสมควร (เช่น ติดต่อมือถือไม่เคยเจอตัว หรือ ปิดมือถือหนี) ตรงนี้ผมจะเล่นคืนอย่างแรงว่า ต้องการกลั้นแกล้งลูกหนี้ช่ายหรือไม่ จะประจานช่ายหรือไม่ จะทำเรื้องร้องเรียนแบงค์ชาติเพราะถือว่าละเมิดสิทธิ์ลูกหนี้ เป็นต้น

เหตุผลหลักคือ เนื่องจากงานที่ผมทำค่อนข้างเยอะ ถ้าต้องมารับสายช่วง 2 เดือนแรกๆ วันละ 10 กว่าครั้ง คงได้โดนไล่ออกเป็นแน่แท้ ขั้นตอนนี้จะเป็นผลดีกับเพื่อนที่ยังทำงานอยู่และภาระงานคล้ายๆผมนะ (ที่ทำงานไม่มีใครรู้ว่าผมเป็นหนี้จนถึงวันนี้) แต่ก็แล้วแต่ละที่ทำงานด้วยนะ ไม่เหมือนกัน
ข้อนี้ผมมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้แบงค์ รู้ตัวช้าที่สุด ว่าเราไม่มีจ่ายขั้นต่ำแล้ว เพราะถ้าแบงค์รู้เร็วว่าเราจะเบี้ยว จะโดนตามถี่ยิบเลย

2.3 จะพยายามรับสายมือถือทุกครั้ง มีโทรกลับบ้าง และบอกให่โทรทางมือถือเท่านั้น ที่มีหลุดมา 2 ครั้งตามที่บอกด้านบน เพราะสนง.กม มันแกล้ง ซึ่งผมก็เล่นคืนทันทีโดยขู่ว่าจะร้องเรียนแบงค์ชาติ แล้วก็ไม่มีมาอีกเลย--- > ดังนั้นที่เพื่อนๆกลัวว่า สนง.กม มันจะโทรเข้าที่ทำงาน (กรณีที่รับมือถือทุกครั้งนะ) ก็เอาข้อนี้ไปเล่นคืนได้ทันที
2.4 เริ่มเข้าเดือนที่ 3 แบงค์จะเริ่มรู้แล้วว่า ผมไม่มีเงินผ่อนจ่าย ช่วงนี้ผมจะรับสายเอง100% (ไม่โอนเข้าเบอร์เพื่อนแล้ว) เหตุผล คือ ต้องเริ่มมีเจรจามากขึ้นกว่า2 เดือนแรก นั่นเอง โดยคำพูดหลักๆของผมช่วงเดือนที่ 3 คือ “ยืมเงินพี่สาวมาจ่ายขั้นต่ำตอนสิ้นเดือน เพราะพึ่งลาออกจากงาน” แต่ผมมี 2 แบงค์ที่รู้ว่าผมยังทำงาน ผมก็จะบอกว่า “สิ้นเดือนนี้ก็ลาออกแล้ว และจะยืมเงินพี่สาวมาจ่ายตอนสิ้นเดือน” ผมจะพูดแบบนี้ทุกราย เพื่อจะได้จำคำพูดได้นั่นเอง (เท่าที่ผมจดบันทึกมา Ex. Central และ Tesco จะโดนทวง 2 ครั้งต่อสัปดาห์ / GE 1-2 ครั้ง/week / SCB 2 ครั้ง/week /City 2 ครั้ง/week / KTB 1 ครั้ง//week / ฮ่องกง 2 ครั้ง/ week / กสิกร 1 ครั้ง/week / ไทยธนาคาร 1 ครั้ง/ week / นครหลวงไทย 1 ครั้ง/week)

2.5 เข้าเดือนที่ 4 จะเริ่มมีบางแบงค์จะไม่ใช้ call center แล้ว จะโอนให้ฝ่ายติดตามหนี้แต่ยังเป็นของแบงค์อยู่ ซึ่งยังไม่น่ากลัว กลยุทธ์คำพูดผมจะมีการปรับเพิ่มนิดหน่อย เพราะแบงค์รู้แน่ชัดแล้วว่า เราไม่มีเงิน เช่น “ได้เงินพี่สาวมาแล้ว แต่ไปจ่ายนอกระบบก่อน แต่ก็ขอพิเศษอีกก้อนแล้ว แล้วจะพยายจ่าย 1-2 งวดให้ในอีก 15 วันข้างหน้า” --- > เพราะตอนนี้มุก 30 วัน แบงค์ไม่เชื่อแล้วนั่นเอง โดยไสตล์ผมจะคุยดีๆ ครับ เฉลี่ยในรอบ 2 ปีที่รับโทรศัพท์ชในเดือนที่ 4 มีบู๋ 10%


2.6 เดือนที่ 5 บางแบงค์จะโอนให้ สนง กม.ติดตามหนี้ให้ (โดยแบงค์ยังกำกับดูแล) ตั้งแต่เดือนนี้ 5 เป็นต้นไป ผมจะเสริมมุก hair cut เพราะเก็บเงินมา 4 เดือนแล้วเริ่มมีเงินก้อนแล้ว แต่เป็นการแกล้งเท่านั้น เพราะการปิดบัญชีแบบมีส่วนลดมากๆ นั้นมีบางแบงค์เท่านั้น แบงค์ที่ลดได้ช่วงนี้ก็ เช่น กลุ่ม กรุงศรี เซลทรัล โลตัส ผมแบ่งเป็น 2 กรณี (1) แบงค์ที่มีส่วนลด ผมจะใช้มุก “ จะเจรจาดึงเวลาเพื่อเก็บเงินเพิ่ม เพราเงินไม่พอกับที่แบงค์ยอมลด” ซึ่งมุกนี้จะดึงได้อีกหลายเดือน (2) แบงค์ที่ยังไม่ยอมลด หรือ ยังไม่ยอมให้ Hair cut ผมก็จะใช้คำพูดเหมือนเดือนที่ 4 เป็นหลัก
2.7 เดือนที่ 6 จะไม่มี Call center โทรทวงแล้ว จะเป็น 50% ฝ่ายติดตามของแบงค์ และ 50% สนง กม. --- > ผมจะใช้คำพูดเจรจา เหมือนเดือนที่ 5 แต่อาจจะมีบางแบงค์ขู่เรื่องฟ้อง ก็ไม่ต้องกลัว แต่ๆๆๆ อย่าไปท้าทาย ให้เจรจาดึงเวลาแบบมีหลักการ จะดีกว่า
2.8 เดือนที่ 7-12 เดือน เป็นต้นไป 75% จะเป็น สนง กม (ช้าเร็วไม้เหมือนกันนะครับ) ของผมดึงเวลาเก่ง ทางแบงค์ก้จะช่วยดึงเวลาหนี้ของผม ไม่ส่ง สนง กม. เร็ว ---- > เท่าที่วิเคราะห์จะพบว่าหลายแบงค์จะเริ่มยอมคุยเรื่อง ส่วนลดกับผม แต่ที่ยอมลดมากๆ นั้น จะยังมีกลุ่ม กรุงศรี เป็นหลัก รองลงมากก็แบงค์ต่างชาติ แต่ส่วนลดยังน้อย สำหรับกลุ่มแบงค์ประเทศไทย ส่วนลดยังน้อยมากๆๆ
>ผมจะได้คำพูดเจรจา เรื่องพยายามหาเงิน ยืมเงิน มาปิดบัญชี มาจ่ายขั้นต่ำ เพราะตอนนี้ตกงาน”

สรุปเคล็ดลับ ของผมช่วงโดนทวงตั้งแต่เดือนที่ 1 -12 คือ ผมจะปรับกลยุทธ์คำพูด คำเจรจาตามความเข้มข้น ของการทวงครับ ผมจะมีสมุดโนตเล็กๆ 1 เล่ม จดสั้นๆว่าวันนี้แบงค์ไหนโทรมา แล้วชื่ออะไร ผมรับปากอะไร --- > จดสั้นๆ บรรทัดเดียวต่อครั้ง เพราะเทคนิคผมคือ เชิงบุ๊น เป็นหลัก ^^
ข้อดีของการจดสั้น ---- > เอาไว้ตอบโต้และเพิ่มความมั่นใจตอนเจรจา เช่น ถ้ามันพูดมั่ว ผมจะสวนไปเลยว่าเคยบอกไว้แล้วไง...ว่าจะยังงั้นยังงี้ อย่ามามั่ว แล้วถ้ามันยังมั่วอีก ผมจะสวนแรงๆไปว่า ตกลงจะแกล้งกันช่ายไหม แกล้งป่วนช่ายไหม ฯ เป็นต้นครับ
คงพอมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะครับ ไว้ว่างๆจะมาต่ออีกนะครับ มีอีกเยอะเลย พรุ่งนี้มีประชุมแต่เช้าเลยครับ...
ใกล้เป็นไท...
สมาชิกเท่านั้นที่มีสิทธิในการตั้งและตอบกระทู้
สมาชิกที่ถูกใจโพสต์นี้: กอบัว, poopae, jackhunter, BlueIcing, powerfully, koko

ตอบกลับ: แชร์ประสบการณ์ "ปลดหนี้" ตามแนวทางของชมรมฯ (ใกล้เป็นไท) 6 ปี 5 เดือน ที่ผ่านมา #29132

  • kaipenthai1
  • ( สมาชิก )
  • รูปประจำตัวของ kaipenthai1
  • ออฟไลน์
  • อดีตกรรมการ
  • จำนวนโพสต์: 12
  • Thank you received: 35
4/1/2556 ขออัพเดทล่าสุดต่อนะครับ
1. ในรอบปีกว่าๆที่ผ่านคือ ปลายปี 2554-2555 หนี้สินผมหมดลงแล้ว เหลือเพียงหนี้ นครหลวง(เดิม) เท่านั้น
โดยหนี้ในส่วนที่ผมหักคอจ่ายตามคำพิพากษา (ไม่ได้ทำสัญญาประณีประนอม) ล่าสุดผมได้เจรจา HC ปิดหนี้ไปแล้วได้ลดเกือบ 50%
ส่วนหนี้ของนครหลวง ผมยังเจรจา HC ไม่ได้ โดยตัวนี้ผมทำสัญญาประณีประนอม ผ่อนจ่าย 36 เดือน ผ่อนไปครึ่งทางแล้วครับ
2. ในช่วงเกือบ 2 ปีที่ผ่านมาผมก็ยังทำงานที่เดิม และไม่มีใครรู้ว่าผมเป็นหนี้ หน้าที่การงานก็เติบโตขึ้นตามลำดับ
จากการที่ผมไม่มีหนี้สินต้องผ่อนอะไร เพราะใช้ชีวิตด้วยเงินสด เงินเดือนที่ผมได้รับจึงเก็บมันหมดเลย ตอนนี้ที่ทำงานเรียกผมเสี่ยแล้วครับ..(คงแอบเห็นแบงค์ในกระเป๋าสตางค์ผมตอนซื้อของ)
ผมให้เงินพ่อ แม่ทุกเดือนหลักหมื่น จากที่ไม่เคยให้เลย เพราะมัวแต่มาจ่ายดอกเบี้ยธนาคาร
รู้สึกว่าทุกๆวันที่ไปทำงานมีความสุขครับ เพราะรู้ว่าทุกสิ้นเดือนเงินออมเราจะมากขึ้น ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่ทำงานไปเป็นวันๆ เดือนๆ เหมือนไร้ความมั่นคง
สำหรับหนี้แบงค์ นครหลวงที่มันยังเขี้ยวๆๆ ไม่ยอม HC ก็ปล่อยมันไปครับ มันอยากได้หนี้ช้าก็เรื่องของมัน เพราะนับเวลารวมที่มีปัญหาคาราคาซังเริ่มหยุดจ่ายหนี้ตั้งแต่ปี 2551 จนถึงวันนี้ก็ 5 ปีเข้าไปแล้วครับ ส่วนแบงค์อื่นๆ ที่ผมปิดบัญชีไปนานแล้วป่านนี้เค้าคงเอาเงินไปหมุนสร้างรายได้กำไรไหนต่อไหนแล้วครับ
3. อยากบอกเพื่อนๆ ที่เริ่มถึงทางตัน แล้วเข้ามาหาข้อมูลในชมรมฯ หนทางนี้แก้ไขปัญหาได้จริงครับ***
อีกทั้งหลังผ่านมรสุมแล้ว ชีวิตเพื่อนๆจะเปลี่ยนไปเลยครับ ชีวิตจะฟื้นคืนชีพแบบ 2เท่า ได้เลย แต่มีข้อแม้อยู่ว่า เพื่อนๆต้องทำงาน อย่าไปหนีมัน กลัวมัน เช่น อย่าลาออกจากงาน
แค่หนี้เงินเองครับ ไม่มีใครมาทำอะไรเพื่อนๆได้อ่ะ
แต่เพื่อนๆ ต้องทำความเข้าใจ และต้องมีความฉลาดดึงเอาวิธีที่เหมาะสมกับตัวเองไปใช้ให้เกิดประโยชน์ ไม่มีแนวทางที่เหมือนกันเป๊ะๆ

ใกล้เป็นไท
สมาชิกเท่านั้นที่มีสิทธิในการตั้งและตอบกระทู้
สมาชิกที่ถูกใจโพสต์นี้: กอบัว, พี่ลี, kaewja, poopae, devil angel, น้ำมนต์, jackhunter, BlueIcing, powerfully, slla.ni, koko...

ตอบกลับ: แชร์ประสบการณ์ "ปลดหนี้" ตามแนวทางของชมรมฯ (ใกล้เป็นไท) 6 ปี 5 เดือน ที่ผ่านมา #29134

  • กอบัว
  • ( สมาชิก )
  • รูปประจำตัวของ กอบัว
  • ออฟไลน์
  • อดีตกรรมการ
  • จำนวนโพสต์: 1752
  • Thank you received: 3813
ขอบคุณเสี่ยใกล้เป็นไท :555: ตัวโตๆ ที่มาแชร์ประสบการณ์ปลดหนี้ให้กับสมาชิกท่านอื่นๆ
แนวทางคร่าวๆ เราพอมี แต่การปรับเปลี่ยนให้เข้ากับตัวเอง บ่อยครั้งที่เราต้องอาศัยเคสจากรุ่นพี่ จากเพื่อนๆประกอบการตัดสินใจ เพราะหลักแฮร์คัทอย่างหนึ่งที่สำคัญมากๆคือ "นโยบายเปลี่ยนแปลงได้เสมอ"
ปีที่แล้วราคาแฮร์คัทงาม ปีนี้กลับไม่เป็นแบบนั้น เราต้องวางแผนปลดหนี้ทั้งสั้นและยาว มีแผนสำรองไว้เสมอ
แต่ที่สุดแล้ว บัวอยากจะยกคำพูดสองคำที่คุณใกล้เป็นไท เคยทิ้งท้ายไว้ในชมรมว่า

"ดอกเบี้ยเป็นเพียงตัวเลข"

"หนี้ไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างของชีวิต"


ใช้ชีวิตแบบอดออม แต่ไม่ใช่อดๆอยากๆ ประหยัดแต่ไม่ใช่ตระหนี่ถี่เหนียว
ใช้หนี้เมื่อคุณพร้อม ในเวลาและราคาที่เหมาะสม
เป็นกำลังใจให้ทุกคนค่ะ
ขอบคุณคุณใกล้เป็นไทอีกครั้งค่ะ

image_2013-01-04.jpg
มีแม่เหล็กอยู่ในหัวใจคุณ ซึ่งจะดึงดูดมิตรแท้
คือความไม่เห็นแก่ตัวและคิดถึงคนอื่นก่อน
เมื่อคุณเรียนรู้เพื่อจะอยู่เพื่อคนอื่น พวกเขาก็จะอยู่เพื่อคุณ
สมาชิกเท่านั้นที่มีสิทธิในการตั้งและตอบกระทู้
สมาชิกที่ถูกใจโพสต์นี้: kaewja, poopae, น้ำมนต์, powerfully

ตอบกลับ: แชร์ประสบการณ์ "ปลดหนี้" ตามแนวทางของชมรมฯ (ใกล้เป็นไท) 6 ปี 5 เดือน ที่ผ่านมา #29162

  • powerfully
  • ( สมาชิก )
  • รูปประจำตัวของ powerfully
  • ออฟไลน์
  • จ่าสิบโท
  • จำนวนโพสต์: 205
  • Thank you received: 58
ขอบคุณมากคะคุณใกล้เป็นไท เป็นประโยชน์มาก ๆ เลยคะ เพราะตอนนี้ 5 เดือนผ่านไป กำลังหมดมุกที่จะตอบ เลยค่อนข้างนิ่งซะจนโดน KTC บัตรกดเงินสด พูดจาไม่ดี (o_O)
สมาชิกเท่านั้นที่มีสิทธิในการตั้งและตอบกระทู้
สมาชิกที่ถูกใจโพสต์นี้: poopae

ตอบกลับ: แชร์ประสบการณ์ "ปลดหนี้" ตามแนวทางของชมรมฯ (ใกล้เป็นไท) 6 ปี 5 เดือน ที่ผ่านมา #29169

  • น้ำมนต์
  • ( สมาชิก )
  • รูปประจำตัวของ น้ำมนต์
  • ออฟไลน์
  • กรรมการ
  • จำนวนโพสต์: 406
  • Thank you received: 484
สวัสดีค่ะ คุณ ใกล้เป็นไท :P สำหรับเรื่องราว และข้อมูล ที่มาเล่าสู่กันฟัง...

จะบอกว่า มันมีประโยชน์จริงๆ...ทำให้น้ำมนต์มีกำลังใจขึ้นอีกมาก...หยุดมาเกือบปีแล้ว..

ยังปิดไม่ได้สักใบ...ไม่เป็นไร...สู้ต่อไป...เพราะเรามีแนวทางแล้ว :สู้ๆ:

ดีใจด้วยนะคะ...กับความสำเร็จที่ค่อยเป็นค่อยไป...ยินดีด้วยจริงๆ ค่ะ




Penguins.jpg
สมาชิกเท่านั้นที่มีสิทธิในการตั้งและตอบกระทู้
สมาชิกที่ถูกใจโพสต์นี้: poopae, powerfully

ตอบกลับ: แชร์ประสบการณ์ "ปลดหนี้" ตามแนวทางของชมรมฯ (ใกล้เป็นไท) 6 ปี 5 เดือน ที่ผ่านมา #29215

  • poopae
  • ( สมาชิก )
  • รูปประจำตัวของ poopae
  • ออฟไลน์
  • กรรมการ
  • จำนวนโพสต์: 853
  • Thank you received: 732
ประสบการณ์ปลดหนี้ของคุณใกล้เป็นไท โดนใจพี่เป้เต็มๆ

ดีใจด้วยค่ะ
รักษาเกียรติของคุณไว้
เมื่อได้รับการปฏิบัติอย่างไม่สุภาพ...
สมาชิกเท่านั้นที่มีสิทธิในการตั้งและตอบกระทู้

ตอบกลับ: แชร์ประสบการณ์ "ปลดหนี้" ตามแนวทางของชมรมฯ (ใกล้เป็นไท) 6 ปี 5 เดือน ที่ผ่านมา #29236

  • พี่ลี
  • ( ผู้ดูแลฟอรัม )
  • รูปประจำตัวของ พี่ลี
  • ออฟไลน์
  • Administrator
  • จำนวนโพสต์: 799
  • Thank you received: 578
ได้เห็นตัวเป็นๆ ของคุณใกล้เป็นไท..แล้วค่ะ....

แนวทางของคุณ..ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่พี่ลีนำมาใช้ในการปลดหนี้ของตัวเอง...

ขอบคุณอีกครั้งค่ะ
ขอเป็นเก้าอี้พักใจ....
ให้เธอได้พักพิง...
สมาชิกเท่านั้นที่มีสิทธิในการตั้งและตอบกระทู้
สมาชิกที่ถูกใจโพสต์นี้: poopae

ตอบกลับ: แชร์ประสบการณ์ "ปลดหนี้" ตามแนวทางของชมรมฯ (ใกล้เป็นไท) 6 ปี 5 เดือน ที่ผ่านมา #29239

  • devil angel
  • ( สมาชิก )
  • รูปประจำตัวของ devil angel
  • ออฟไลน์
  • Manager
  • จำนวนโพสต์: 872
  • Thank you received: 872
ขอแสดงความยินดีด้วยครับ..กับอีกหนึ่ง"บุคคลแห่งตำนาน" แห่งพวกเรา "ชาวหนี้..

ยินดีมากครับ ที่ได้เจอตัวจริงเมื่อวานนี้..ที่งานประชุมที่มพบ.

...............................................................................................

......เวลานี้เรายังแก้ที่กฎหมาย ข้อบังคับอะไรไม่ได้.(อยู่ระหว่างการพิจารณา..)

ซึ่งยังคาดหวังอะไรมากไม่ได้..เพราะยังมีเซียนเหนือเมฆอีกหลายองค์..

และเหล่าบรรดานายทุนทั้งหลายเป็นต้น ซึ่งก็ต้องสู้เพื่อผลประโยชน์อยู่เช่นกัน

พวกเราก็ต้องสู้ต่อกันไปด้วยแนวทางเท่าที่เรามีไปก่อน.

ด้วยพลังของพวกเรา..ทั้งหลายทั้งมวลที่มีอยู่..

......เป็นกำลังใจให้เพื่อนทุกคนครับ
และแล้ว...หนี้ข้าก็สิ้นสุด..อิสรภาพมาถึงแล้ว.
สมาชิกเท่านั้นที่มีสิทธิในการตั้งและตอบกระทู้
สมาชิกที่ถูกใจโพสต์นี้: kaewja, poopae, jackhunter

ตอบกลับ: แชร์ประสบการณ์ "ปลดหนี้" ตามแนวทางของชมรมฯ (ใกล้เป็นไท) 6 ปี 5 เดือน ที่ผ่านมา #29257

  • กอบัว
  • ( สมาชิก )
  • รูปประจำตัวของ กอบัว
  • ออฟไลน์
  • อดีตกรรมการ
  • จำนวนโพสต์: 1752
  • Thank you received: 3813
ดีใจมากที่เจอกันเมื่อวันวาน (อาทิตย์ที่ 6 มกราคม 2556)
น้องอุตส่าห์ไปกราบสวัสดีปีใหม่ คุณอาทั้งสองท่าน
แล้วก็ไปให้กำลังใจ กรรมการรุ่นน้อง
บัวเป็นกำลังใจให้คุณ เช่นกัน
ขอให้บุญกุศล จากการส่งต่อของรุ่นพี่ ให้กอบัวรวย รวย ยิ่งๆขึ้นไป :shy:
ฮิ..ฮิ...โห๊ะ..โห๊ะ...หน้ามึนจริงๆ ตู...

IMG_2482w.jpg
มีแม่เหล็กอยู่ในหัวใจคุณ ซึ่งจะดึงดูดมิตรแท้
คือความไม่เห็นแก่ตัวและคิดถึงคนอื่นก่อน
เมื่อคุณเรียนรู้เพื่อจะอยู่เพื่อคนอื่น พวกเขาก็จะอยู่เพื่อคุณ
สมาชิกเท่านั้นที่มีสิทธิในการตั้งและตอบกระทู้
สมาชิกที่ถูกใจโพสต์นี้: พี่ลี, poopae, jackhunter, omyimeiei

ตอบกลับ: แชร์ประสบการณ์ "ปลดหนี้" ตามแนวทางของชมรมฯ (ใกล้เป็นไท) 6 ปี 5 เดือน ที่ผ่านมา #29294

  • kaipenthai1
  • ( สมาชิก )
  • รูปประจำตัวของ kaipenthai1
  • ออฟไลน์
  • อดีตกรรมการ
  • จำนวนโพสต์: 12
  • Thank you received: 35
เป็นตัวอย่างการจดโนตที่ผมยังเก็บไว้ครับ
เผื่อเป็น Idea สำหรับเพื่อนๆ ได้นะครับ
เป็นอาวุธ สำคัญ อย่างหนึ่งของผมเลย
เมื่อเราจำข้อมูลและคำพูดได้แม่นยำ เราจะมั่นใจและหายกลัวตอนเจรจาครับ
ไฟล์ที่แนบมาด้วย:
สมาชิกเท่านั้นที่มีสิทธิในการตั้งและตอบกระทู้
สมาชิกที่ถูกใจโพสต์นี้: กอบัว, devil angel

ตอบกลับ: แชร์ประสบการณ์ "ปลดหนี้" ตามแนวทางของชมรมฯ (ใกล้เป็นไท) 6 ปี 5 เดือน ที่ผ่านมา #30165

  • kaipenthai1
  • ( สมาชิก )
  • รูปประจำตัวของ kaipenthai1
  • ออฟไลน์
  • อดีตกรรมการ
  • จำนวนโพสต์: 12
  • Thank you received: 35
เข้ามา update ครับ
ล่าสุดแบงค์นครหลวงไทย มันเสนอส่วนลดให้แฮร์คัทแล้วครับ หลังจากผ่อนจ่ายจ่ายมา 2 ปีเต็ม ตามรายละเอียดข้างบน
ถ้าได้ใบปิด และจ่ายเรียบร้อย จะเข้ามา update รายละเอียดอีกรอบนะครับ
สมาชิกเท่านั้นที่มีสิทธิในการตั้งและตอบกระทู้
สมาชิกที่ถูกใจโพสต์นี้: devil angel

ตอบกลับ: แชร์ประสบการณ์ "ปลดหนี้" ตามแนวทางของชมรมฯ (ใกล้เป็นไท) 6 ปี 5 เดือน ที่ผ่านมา #30404

  • kaipenthai1
  • ( สมาชิก )
  • รูปประจำตัวของ kaipenthai1
  • ออฟไลน์
  • อดีตกรรมการ
  • จำนวนโพสต์: 12
  • Thank you received: 35
เข้ามาแชร์ ครับ

สรุปสุดท้ายทางสนง กฎหมายมันเสนอส่วนลดปิดบัญชีมาแล้วครับ สรุปเบ็ดเสร็จปิด 2 บัตร ไปที่ 100,000 บาท ได้รับหนังสือเงื่อนไขมาแล้ว และชำระไปแล้วเรียบร้อย

ขอสรุปเป็นข้อมูลของเจ้าหนีั้ นครหลวงไทย(เดิม) เผื่อเป็นแนวทางกับเพื่อนๆได้ไม่มากก็น้อย
1. สนง. กฎหมายมันจะอ้างว่า แบงค์นครหลวง(เดิม) ไม่มีการขายหนี้หนี้ทุกบาทยังเป็นของแบงค์อยู่ ---- >ซึ่งไม่จริงครับ เพราะจริงๆ แล้วมันขายเป็นหนี้เสียเรียบร้อยแล้ว

และคงเอาเงินสำรองจากแบงคืชาติคืนแล้ว โดยแจ้งไปว่าไม่มีหนี้ก้อนนี้เหลือแล้ว
ดังนั้นมันถึงไม่อยากฟ้องบังคับคดี ตรงนี้คงต้องขออินไซต์เพิ่มจากพี่นก ประธานชมรม เพิ่มเองนะครับ

2.รวมเบ็ดเสร็จ ตั้งแต่วันแรกที่หยุดจ่าย -- >โดนทวงหนี้ -- >โดนฟ้อง-- > ชำหนี้ตามคำสั่งศาล -- > Hair cut ปิดหนี้ ก็ 4 ปีกว่าๆๆ ครับ

ยอดหนี้เงินต้น รวมดอกเบี้ยที่ 15% 4 ปีกว่าๆ คำนวณยอดหนี้ทั้งหมดประมาณ 280,000
รวมหนี้ที่ชำระทั้งหมด คือ
2.1 ชำระตามคำสั่งศาลมา 2 ปีนิดๆ จ่ายไปรวม80,000 บาท จะเหลือหนี้อีก 200,000
2.2 Hair cut ยอดหนี้ 200,000 เหลือ 100,000 หรือ ลด 50%
2.3 หรือสั้นๆคือ เจ้าหนี้ได้เงินต้นจากผมคืนทั้งหมด แต่มันก็ต้องรอ 4 ปีกว่าๆๆ นั่นเองครับ

เนื่องจากหนี้ผมค่อนข้างยอดรวมสูง คือ ประมาณ 2 แสน จึงอาจจะยุ่งยากกว่าหนี้ที่ระดับต่ำกว่า 1 แสน
เพราะ สนง กม. มันจะใส่ใจเป็นพิเศษ?

พูดง่ายๆ คือมูลหนี้ของเพือนท่านไหนที่ไม่เกิน 1 แสน น่าจะเจรจาได้คล่องตัวกว่า

3.กรณีของผมเนื่องจากผมไม่อยากโดนหักเงินเดือน อีกงานที่รับผิดชอบก็เกี่ยวกับเงินของบริษัทด้วย จึงใช้วิธีเจรจาผ่อนจ่ายค่อนข้างนาน โดยยอมเสียดอกเบี้ยที่ 15% (ซึ่งเหมาะกับเคสของผม)

บอกตรงๆ ว่าถ้าเพื่อนๆคนไหนที่ไม่ได้ทำงานที่เกี่ยวกับเงินเหมือนผม และ ยอมให้อายัติเงินเดือนได้ ส่วนลดจะได้มากกว่าผมแน่นอน

ในเมื่้อรู้ไส้รู้พุงหมดแล้ว ก็ไม่ต้องไปกลัวแล้วครับ


ขอให้เพื่อนหมดหนี้กันเร็วๆครับ
สมาชิกเท่านั้นที่มีสิทธิในการตั้งและตอบกระทู้
สมาชิกที่ถูกใจโพสต์นี้: devil angel, BlueIcing, powerfully

ตอบกลับ: แชร์ประสบการณ์ "ปลดหนี้" ตามแนวทางของชมรมฯ (ใกล้เป็นไท) 6 ปี 5 เดือน ที่ผ่านมา #30407

  • Narasingh
  • ( สมาชิก )
  • รูปประจำตัวของ Narasingh
  • ออฟไลน์
  • กรรมการ
  • จำนวนโพสต์: 1161
  • Thank you received: 666
ขอบคุณครับสำหรับข้อมูล

ยินดีด้วยนะครับ
สมาชิกเท่านั้นที่มีสิทธิในการตั้งและตอบกระทู้
  • หน้าที่:
  • 1
ผู้ดูแล: พี่ลี
เวลาที่ใช้ในการสร้างหน้าเว็บ: 0.286 วินาที
Share on facebook

ค้นหาในกระทู้

คำสำคัญ

เปลี่ยนธีมสีของเว็บบอร์ด

Template
mod by JoniJnm.es

Login เข้าระบบ

เรามีคน Online

เรามี 296 บุคคลทั่วไป และ 4 สมาชิก ออนไลน์
  • kitty91
  • Chamaiporn_b
  • took

ครบเครื่องเรื่องผู้บริโภค

You are here  :