เลือกทำอย่างไรดี เจ้าหนี้ตามเจอในปีที่ 7

4 ปี 7 เดือน ที่ผ่านมา #78514 โดย unatapon
ผมเป็นหนี้ ไทยธนาคาร ประเภท สินเชื่อบุคคล ยอดหนี้เงินต้นประมาณ แปดหมื่นกว่าบาท ถูกเจ้าหนี้ฟ้องดำเนินคดีแต่ฝ่ายเดียว ไม่ได้สู้คดี พิพาษาไปแล้วตั้งแต่ปี 51

ผมได้เข้าทำงานบริษัทแห่งหนึ่งเมื่อ พค. 58 นี้ ผ่านมา 6 เดือน เจ้าหนี้รายนี้มาตามเจอโดยโทรมาเช็คก่อนว่าผมทำงานอยู่บริษัทนี้แน่นอนแล้ว ก็โทรมาที่บริษัทขอสายผม แจ้งภาระหนี้ประมาณ 200,000 บาท พระเจ้า.... จากยอดหนี้เงินต้นเพียงแปดหมื่นกว่าบาท ให้ผ่อนชำระเดือนละ 3,000 บาท หากไม่ผ่อนจะบังคับคดี

ขอเรียนแจ้งสถานะของผมในปัจจุบันครับ ผมอายุ 48 ปี แล้ว ทำงานมีเงินเดือน 30,000 บาท รายได้รายจ่ายเดือนชนเดือน ไม่เหลือเก็บ ผ่อนบ้านเดือนละ 6,500 บาท บ้านเป็นชื่อพี่ชาย มีรถเก่า ๆ อยู่ 1 คัน ปลอดภาระ นอกนั้นแทบไม่มีทรัพย์สินอะไร ส่วนหนี้สินยังมีเจ้าหนี้ในระบบอีก 2 ราย นอกระบบอีก 1 ราย รวม ๆ มีหนี้เป็นแสน ตั้งใจว่า คงต้องไปตรวจเครดิตบูโรตัวเอง ว่าหนี้แต่ละที่มีสถานะเป็นอย่างไร

จึงขอเรียนปรึกษาท่านผู้รู้ว่าผมควรเลือกดำเนินการอย่างไรดีครับ หากมีทางเลือกที่ดีกว่านี้ รบกวนแนะนำให้ด้วยครับ

ทางเลือกที่ 1 ยอมจ่ายชำระ โดยต่อรองผ่อนให้น้อยที่สุดเช่น 500-1,000 บาท เพื่อประวิงเวลาไปก่อน จนกว่าจะทำงานแล้วมีรายได้พิเศษพอที่จะไป hair cut ได้ ซึ่งไม่รู้ว่าจะพร้อมเมื่อไหร่ เตรียมตัวเตรียมใจว่าเจ้าหนี้อื่นมาตามเจอด้วย ก็คงเจรจาผ่อนชำระไป ซึ่งไม่รู้ว่าจะมีผลต่ออายุความคดีแพ่ง 10 ปี หรือไม่

ทางเลือกที่ 2 ไม่จ่ายเลย ก็คงต้องยอมรับการบังคับคดี อายัดเงินเดือน ซึ่งคาดว่ามีเวลารอลุ้นสักระยะ และหากเจ้าหนี้อื่นมาตามเจออีกเช่นกัน ระหว่างนี้ จะได้หางานใหม่อื่นทำไป ที่ผ่านมาไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคม แต่พอมาทำงานบริษัทเข้าสู่ระบบประกันสังคม ทำให้เจ้าหนี้ตามมาเจอแน่นอนเลย

ขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงกับคำชี้แนะทั้งหมดครับ

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

4 ปี 7 เดือน ที่ผ่านมา - 4 ปี 7 เดือน ที่ผ่านมา #78517 โดย นกกระจอกเทศ

unatapon เขียน: ทางเลือกที่ 1 ยอมจ่ายชำระ โดยต่อรองผ่อนให้น้อยที่สุดเช่น 500-1,000 บาท เพื่อประวิงเวลาไปก่อน จนกว่าจะทำงานแล้วมีรายได้พิเศษพอที่จะไป hair cut ได้ ซึ่งไม่รู้ว่าจะพร้อมเมื่อไหร่ เตรียมตัวเตรียมใจว่าเจ้าหนี้อื่นมาตามเจอด้วย ก็คงเจรจาผ่อนชำระไป ซึ่งไม่รู้ว่าจะมีผลต่ออายุความคดีแพ่ง 10 ปี หรือไม่

วิธีนี้...เจ้าหนี้มันไม่ยอมให้คุณทำหรอกครับ
เพราะว่าตัวเลขที่คุณขอผ่อนตามที่บอกมานั้น มันยังไม่พอไปตัดเป็นค่า"ดอกเบี้ย"ตามที่ศาลสั่งเลย
อย่าลืมว่าคุณมีดอกเบี้ยที่ศาลสั่ง"เดินตามตูด"คุณอยู่ทุกวันนะครับ...ถ้าไม่เชื่อก็ไปหยิบเอาคำพิพากษาของศาลออกมาดูสิครับ

ตัวอย่าง
debtclub.consumerthai.org/index.php?option=com_kunena&view=topic&catid=5&id=43866&Itemid=64#78324



unatapon เขียน: ทางเลือกที่ 2 ไม่จ่ายเลย ก็คงต้องยอมรับการบังคับคดี อายัดเงินเดือน ซึ่งคาดว่ามีเวลารอลุ้นสักระยะ และหากเจ้าหนี้อื่นมาตามเจออีกเช่นกัน ระหว่างนี้ จะได้หางานใหม่อื่นทำไป ที่ผ่านมาไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคม แต่พอมาทำงานบริษัทเข้าสู่ระบบประกันสังคม ทำให้เจ้าหนี้ตามมาเจอแน่นอนเลย

คุณเข้าใจถูกต้องแล้วครับ ที่มันตาม"ดมกลิ่น"คุณเจอก็เพราะจากประกันสังคม

ตัวอย่าง
www.debtclub.consumerthai.org/index.php?option=com_kunena&view=topic&catid=5&id=40826&Itemid=64#48041

แต่สิ่งที่ผมเป็นห่วงก็คือ การสืบทรัพย์และทำการ"ยึดทรัพย์"จากเจ้าหนี้ในรายหลังๆ(รายต่อไป)นี่สิครับ
ผมเคยอธิบายเอาไว้แล้วนะครับ ลองไปอ่านดู (อยู่ในด้านล่างสุดของกระทู้นะครับ)
debtclub.consumerthai.org/index.php?option=com_kunena&view=topic&catid=5&id=43734&Itemid=64#78272




ผมขอแนะนำว่า ให้คุณรีบไปเช็คข้อมูลที่เครดิตบูโรเสียก่อนจะดีกว่านะครับ จะได้รู้ความจริงว่า แท้จริงแล้วไอ้หนี้ตัวนี้ หรือแม้กระทั่งไอ้หนี้ตัวอื่นๆทั้งหมด มันได้ถูก"ขายหนี้"ไปแล้วหรือยัง?...หรือว่ายังอยู่ในมือของเจ้าหนี้รายเดิมอยู่?...แล้วตัวเลขของหนี้ที่แท้จริงมันควรเป็นเงินเท่าไหร?

สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับเครดิตบูโร (Credit Bureau)
debtclub.consumerthai.org/index.php?option=com_kunena&view=topic&catid=7&id=1372&Itemid=64

ตัวอย่างการ ซื้อ-ขาย หนี้เน่า
www.debtclub.consumerthai.org/index.php?option=com_kunena&view=topic&catid=5&id=43759&Itemid=64#76815

คุณไปเอารายงานของเครดิตบูโรมาให้ได้เสียก่อนนะครับ แล้วค่อยมาโพสต์ถามใหม่
ผมขอดูรายละเอียดของรายงานในเครดิตบูโรก่อน จึงจะสามารถให้คำแนะนำต่อไปได้

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

4 ปี 7 เดือน ที่ผ่านมา #78519 โดย unatapon

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

4 ปี 7 เดือน ที่ผ่านมา - 4 ปี 7 เดือน ที่ผ่านมา #78542 โดย unatapon
สวัสดีครับ ท่านผู้ดูแลระบบ ผมได้ไปตรวจเครดิตบูโรมาแล้ววันนี้ ได้ผลสรุปตามภาพถ่ายที่แนบมาคือ



มี 2 บัญชีปิดไปแล้ว 1 บัญชี เหลือเพียงบัญชีเงินกู้ออมสิน ที่ยังผ่อนค่าบ้านอยู่ เป็นบัญชีกู้ร่วมกับพี่ชาย แต่ชื่อบ้านเป็นของพี่ชายครับ

ส่วนหนี้ที่เหลือที่เคยเป็นหนี้กับ ไทยธนาคารที่ตามผมเจอ ขายหนี้ให้บริษัทบริหารสินทรัพย์ไปแล้ว, อยุธยาแคปปิตอล (เฟิรส์ชอยส์), ธนาคาร ยูโอบี, ธนาคารสแตนดาร์ทชาร์เตอร์ คงขายหนี้ให้บริษัท บริหารสินหมดแล้วเช่นกัน จึงไม่แสดงขึ้นมาครับ ในส่วนของยอดหนี้ มันนานมาก ไม่แน่ใจว่าจะยังหาเอกสารเก่า ๆ เจออยู่หรือเปล่าว่าเป็นหนี้เท่าไหร่ครับ แต่คาดว่า แต่ละที่คงสะสมเป็นแสนแล้วครับ

ส่วนหมายศาลที่เคยมาแปะไว้ที่บ้านมีอยู่มีแต่ของ ไทยธนาคารเท่านั้นครับ

ผมควรทำอย่างไรต่อไปดีครับ
ขอบพระคุณครับ
ไฟล์ที่แนบมาด้วย:

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

4 ปี 7 เดือน ที่ผ่านมา - 4 ปี 7 เดือน ที่ผ่านมา #78571 โดย นกกระจอกเทศ
ขอตอบคำถามที่เกี่ยวกับเรื่องข้อมูลของเจ้าหนี้ ที่มันหายไปจากในเครดิตบูโรก่อนนะครับ

ตามกฎหมายของเครดิตบูโรกำหนดไว้ว่า
หากหนี้ที่คงค้างชำระกันระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้ ได้มีการปิดบัญชีหนี้ไปแล้ว โดยไม่สนว่าจะปิดบัญชีด้วยวิธีการใดๆก็ตาม...อาทิเช่น...การชำระหนี้ด้วยวิธี Haircut , ถูกอายัดเงินเดือน , ถูกยึดทรัพย์ หรือ แม้กระทั่งเจ้าหนี้"ขายหนี้เน่า"ของลูกหนี้ออกไป อันเป็นเหตุทำให้หนี้ที่คงค้างกันระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้ กลายเป็นศูนย์บาท(0 บาท)

หลังจากนั้นลูกหนี้ก็ยังคงต้องติด Blacklist อยู่ในเครดิตบูโรอยู่ต่อไปอีก 3ปี...เมื่อผ่านพ้น 3ปีที่ว่านี้ไปแล้ว ประวัติข้อมูล"หนี้เสีย"(Blacklist)ของลูกหนี้ ก็จะหายออกไปจากข้อมูลในเครดิตบูโรทันที

ตัวอย่างในกรณีของคุณ ที่ไม่มีข้อมูลของเจ้าหนี้อยู่ในเครดิตบูโร ก็แสดงว่าเจ้าหนี้มันได้ทำการ"ขายหนี้เน่า"ของคุณออกไปนานมากแล้ว ส่วนจะขายออกไปเมื่อไหร่นั้นก็ไม่รู้ แต่ที่แน่ๆคือมีการ"ขายหนี้เน่า"มานานเกินกว่า 3ปีขึ้นไปแล้ว มันจึงไม่มีข้อมูลแสดงอยู่ในเครดิตบูโรอีกต่อไป

แต่การที่ไม่มีข้อมูลหนี้อยู่ในเครดิตบูโร ก็ไม่ได้หมายความว่าหนี้จะหมดไปนะครับ หนี้ก็ยังคงอยู่จนกว่าจะ"หมดอายุความ"ตามที่กฎหมายกำหนด...ส่วนผู้ที่ซื้อหนี้เน่าของคุณมา มันก็จะพยายามทวงหนี้ที่มันซื้อมาอยู่นั่นแหละ จนกว่ามันจะได้หนี้คืน หรือไม่ก็ Haircut กันสำเร็จ




ทีนี้มาอธิบายกันถึงเรื่องการซื้อขาย"หนี้เน่า"กันบ้างนะครับ

การซื้อขายหนี้กันระหว่างเจ้าหนี้กับผู้ที่มาซื้อหนี้ไป ถ้าหากผู้ที่มาซื้อหนี้ไปเป็นลักษณะของตัวบุคคล หรือเป็นบริษัท/ห้างร้านต่างๆ เช่นเป็น บุคคลธรรมดา , สำนักงานกฎหมาย , สำนักงานทนายความ , บริษัททวงหนี้ทั่วไป...การซื้อขายหนี้กันแบบนี้ จะเป็นการซื้อขายหนี้ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย(ผิดกฎหมาย) ซึ่งผู้ที่ซื้อหนี้ไป จะไม่สามารถบังคับคดีกับลูกหนี้ได้ตามกฎหมาย เนื่องจากไม่ใช่โจทก์ที่แท้จริงและกฎหมายไม่ยอมรับ

การที่จะซื้อขายหนี้กันให้ถูกต้องตามกฎหมายนั้น จะต้องเข้าเงื่อนไขดังนี้

ข้อ 1. ผู้ที่ซื้อหนี้ไป จะต้องเป็นธนาคารหรือ Non-Bank ที่อยู่ภายใต้การกำกับควบคุมดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ผู้ที่ซื้อหนี้ไปจะอยู่ในรูปแบบของบริษัทก็ได้ แต่ต้องจดทะเบียนเป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์เสียก่อน จึงจะเป็นการซื้อหนี้ที่ถูกต้องตามกฎหมายในเบื้องต้น

ข้อ 2. ถึงแม้ผู้ที่ซื้อหนี้ไปจะมีคุณสมบัติตามข้อ 1. ในข้างบนแล้วก็ตาม แต่ผู้ที่ซื้อหนี้ไปก็ยังไม่สามารถบังคับคดี(ยึดทรัพย์/อายัดเงินเดือน)เอากับลูกหนี้ได้ จนกว่าผู้ที่ซื้อหนี้ไปจะไปทำเรื่องร้องขอต่อศาลแพ่ง เพื่อให้ศาลแพ่งมีคำสั่งใหผู้ที่ซื้อหนี้ไป มีสิทธิ์ในการบังคับคดีกับลูกหนี้เสียก่อน
การร้องขอต่อศาลแพ่งในลักษณะแบบนี้ ไม่ได้ทำการฟ้องร้องใครนะครับ เพียงแต่ร้องขอให้ศาลแพ่งออกคำสั่งให้ผู้ที่ซื้อหนี้ไปมีสิทธิ์/มีอำนาจในการบังคับคดีกับลูกหนี้ เทียบเท่ากับเจ้าหนี้ตัวจริงรายเดิมที่เป็นผู้ขายหนี้ให้ ถ้าหากไม่มีคำสั่งของศาลแพ่งดังกล่าว ผู้ที่ซื้อหนี้ไปก็ไม่สามารถบังคับคดีเอากับลูกหนี้ได้


ผมก็ไม่รู้นะครับว่า ไอ้ผู้ที่ซื้อหนี้ของคุณไป มันไปร้องขอต่อศาลแพ่งตามในข้อ 2.แล้วหรือยัง ถ้ามันร้องขอต่อศาลแพ่งแล้ว มันก็สามารถทำเรื่องอายัดเงินเดือนของคุณได้เทียบเท่ากับเจ้าหนี้ตัวจริงรายเดิม




ถ้าคุณโดนอายัดเงินเดือนเข้าจริงๆ ก็มีทางเลือกให้คุณอยู่ 4 ทาง คือ

1. ติดต่อเจรจาขอ Haircut กับมัน ว่ามันจะยอมลดหนี้ให้ได้เท่าไหร(ลองต่อรองดู) ถ้าคุณสามารถหาเงินมาปิดหนี้ได้ ก็จบกันไป แต่ถ้าคุณไม่มีเงิน...วิธีนี้ก็ใช้ไม่ได้


2. ปล่อยให้มันอายัดเงินเดือนไป แล้วไปทำเรื่องขอลดหย่อนอายัดเงินเดือนให้ลดลงมาเหลือ 15%...แล้วคุณก็ทำงานเหมือนเดิมต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะหมดหนี้(ซึ่งจะใช้เวลากี่ปี่ก็ไม่รู้)

การขอทำเรื่องลดหย่อนอายัดเงินเดือน
debtclub.consumerthai.org/index.php?option=com_kunena&view=topic&catid=7&id=28147&Itemid=64#28153


3. ปล่อยให้มันอายัดเงินเดือนไป แล้วไปทำเรื่องขอลดหย่อนอายัดเงินเดือนให้ลดลงมาเหลือ 15%...แล้วคุณก็ทำงานที่เดิมแบบนี้ต่อไปอีก 3ปี เพื่อให้มันครบ 10ปี นับจากวันที่ถูกศาลพิพากษา

กฎหมายเกี่ยวกับการบังคับคดีหนี้สิน
debtclub.consumerthai.org/index.php?option=com_content&view=article&id=99:2011-12-17-02-39-30&catid=4:2008-12-16-19-39-10&Itemid=21

ที่ผ่านมา เจ้าหนี้มันไม่ได้ทำการยึดทรัพย์/อายัดเงินเดือน หรือเล่นงานคุณมาเป็นเวลา 7ปีแล้ว ดังนั้นมันจึงเหลือเวลาในการเล่นงานคุณได้อีกแค่ 3ปีเท่านั้น

เมื่อผ่านพ้นขึ้นสู่ปีที่ 11...คุณก็ลาออกจากที่ทำงาน ณ ปัจจุบัน แล้วไปสมัครทำงานที่ใหม่ในปีที่ 11...เจ้าหนี้มันก็ไม่สามารถอายัดเงินเดือนเอากับบริษัทใหม่ของคุณในปีที่ 11ได้ เนื่องจากหมดอายุความในการยึด/อายัดไปแล้ว เพราะในทางกฎหมายมองว่าเงินเดือนจากที่ทำงานใหม่ของคุณนั้น มันคือ"ทรัพย์ใหม่" ที่เจ้าหนี้มาเจอหลังจากเกิน 10ปีไปแล้ว จึงไม่สามารถอายัดได้

แต่ถ้าคุณไม่ยอมลาออกจากที่ทำงานเดิม ณ ปัจจุบัน โดยยังคงทำงานต่อไปเรื่อยๆ เจ้าหนี้ก็ยังคงมีสิทธิ์อายัดเงินเดือนของคุณไปได้เรื่อยๆ จนกว่าจะหมดหนี้ ไม่ว่าเวลาจะผ่านพ้นไปอีกกี่สิบปีก็ตาม
เพราะถ้าเจ้าหนี้ได้ยื่นเรื่องอายัดเงินเดือนของคุณจากที่ทำงาน ณ ปัจจุบันไว้แล้ว ถึงแม้จะผ่านพ้น 10ปีไปนานแค่ไหนก็ตาม เจ้าหนี้ก็ยังคงสามารถอายัดเงินเดือนไปได้เรื่อยๆ...ไม่มีอายุความ

ลองไปอ่านกระทู้นี้ดูนะครับ แล้วคุณจะเข้าใจมากขึ้น
อายุความในการบังคับคดี (ยึดทรัพย์ + อายัดเงินเดือน)
debtclub.consumerthai.org/index.php?option=com_kunena&view=topic&catid=7&id=1296&Itemid=64#1296


4. ลาออกจากที่ทำงาน ณ ปัจจุบันหนีหนี้ไปเลย แล้วไปทำงานอิสระเป็นของตัวเอง หรือไปสมัครทำงานกับที่ไหม่ ที่ไม่อยู่ในระบบประกันสังคม เพื่อที่เจ้าหนี้มันจะได้ตามหาตัวเราไม่เจอ
วิธีนี้ ถึงแม้เจ้าหนี้มันจะไม่สามารถอายัดเงินของคุณได้ เนื่องจากมันสืบหาที่ทำงานใหม่ของคุณไม่เจอ แต่มันก็ยังมีเวลาเหลืออีก 3ปี ในการเล่นงานคุณในด้านอื่นๆได้นะครับ
เช่น ถ้าหากมันดันไปสืบเจอว่าคุณมีบ้านที่ยังผ่อนอยู่ โดยมีชื่อของคุณในฐานะผู้กู้ร่วมกับพี่ชาย มันก็สามารถทำเรื่องยึดบ้านที่ยังผ่อนอยู่นี้ได้นะครับ

แล้วไม่ต้องถามต่อนะครับ ว่าเจ้าหนี้ของคุณมันจะสืบเจอทรัพย์(บ้าน)ของคุณไหม?...หรือจะสืบเจอเมื่อไหร่?...เพราะผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันครับ
.

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

4 ปี 7 เดือน ที่ผ่านมา - 4 ปี 7 เดือน ที่ผ่านมา #78581 โดย unatapon
เรียนถามท่านผู้ดูแลครับ

1.บ้านที่ผมผ่อนอยู่นั้น ผมมีชื่อเป็นแค่ผู้กู้้ร่วมเท่านั้นครับ แต่ไม่ได้มีชื่อเป็นเจ้าของในโฉนดครับ คิดว่าไม่น่าจะโดนยึดบ้านได้นะครับ ไม่ทราบว่าเข้าใจถูกต้องไหมครับ
2.แล้วถ้าผมเลือกที่จะยอมผ่อนให้ตามที่เขาแจ้งมา 3,000 บาท เป็น บจก.บริหารสินทรัพย์ เจ ครับ เพื่อประวิงเวลาไปก่อน จะมีผลต่ออายุความยึด/อายัดหรือไม่ครับ จนกว่าจะมีทางออกอื่น แต่ก็เสี่ยงที่จะถูกเจ้าหนี้รายอื่นหาเจออีก แต่ก็จะลุ้นไปก่อนครับ เพราะผมไม่อยากให้ถูกอายัดเงินเดือน ยังอายอยู่ครับ และไม่แน่ใจว่าเมื่อถูกอายัดเงินเดือนแล้ว ทางผุู้บริหารบริษัทฯ เขาจะไว้ใจให้ทำงานอยู่หรือเปล่าครับ

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

4 ปี 7 เดือน ที่ผ่านมา - 4 ปี 7 เดือน ที่ผ่านมา #78582 โดย นกกระจอกเทศ

unatapon เขียน: 1.บ้านที่ผมผ่อนอยู่นั้น ผมมีชื่อเป็นแค่ผู้กู้้ร่วมเท่านั้นครับ แต่ไม่ได้มีชื่อเป็นเจ้าของในโฉนดครับ คิดว่าไม่น่าจะโดนยึดบ้านได้นะครับ ไม่ทราบว่าเข้าใจถูกต้องไหมครับ

ในทางกฎหมาย...ผู้ที่มีชื่อเป็น"ผู้กู้ร่วม"ในสัญญาซื้อขายบ้านและที่ดิน มันมีความหมายว่าเป็นผู้ที่มีกรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของทรัพย์ร่วมด้วยนะครับ ถึงแม้ว่าจะไม่มีชื่อของผู้กู้ร่วมปรากฎอยู่ในโฉนดที่ดินก็ตาม

แต่ในทางการยึดทรัพย์บ้านและที่ดินของพี่ชายคุณ ซึ่งมีชื่อพี่ชายของคุณปรากฎความเป็นเจ้าของอยู่ในโฉนดแต่เพียงผู้เดียวนั้น จะสามารถยึดได้ก็ต่อเมื่อเจ้าหนี้มันมีหลักฐานว่าคุณมีชื่อเป็น"ผู้กู้ร่วม"อยู่ในสัญญาผ่อนบ้านนี้ด้วย
เช่น เจ้าหนี้มันเสือกไปได้สำเนาสัญญาซื้อขายบ้านและที่ดินของพี่ชายคุณมาไว้อยู่ในมือของมัน มันก็จะสามารถทำเรื่องยึดบ้านและที่ดินได้ตามกฎหมาย...แต่ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะสามารถไปหาเอาหลักฐานชิ้นนี้มาได้อย่างไร? หรือสามารถไปสืบค้นหลักฐานมาได้หรือไม่?...แต่ถ้าหากมันไม่รู้หรือสืบไม่เจอหลักฐานดังกล่าว ทรัพย์สินของพี่ชายคุณก็รอดตัวไป



unatapon เขียน: 2.แล้วถ้าผมเลือกที่จะยอมผ่อนให้ตามที่เขาแจ้งมา 3,000 บาท เป็น บจก.บริหารสินทรัพย์ เจ ครับ เพื่อประวิงเวลาไปก่อน จะมีผลต่ออายุความยึด/อายัดหรือไม่ครับ จนกว่าจะมีทางออกอื่น แต่ก็เสี่ยงที่จะถูกเจ้าหนี้รายอื่นหาเจออีก แต่ก็จะลุ้นไปก่อนครับ เพราะผมไม่อยากให้ถูกอายัดเงินเดือน ยังอายอยู่ครับ และไม่แน่ใจว่าเมื่อถูกอายัดเงินเดือนแล้ว ทางผุู้บริหารบริษัทฯ เขาจะไว้ใจให้ทำงานอยู่หรือเปล่าครับ

คุณอย่าลืมว่า ข้อเสนอดังกล่าวนี้ มันเป็นเพียงแค่สัญญาปากเปล่ากันทางโทรศัพท์เท่านั้นนะครับ ไม่ได้มีหนังสือยืนยันเป็นหลักฐานอะไรเลย
ถ้าหากคุณยอมจ่ายให้มันเดือนละ 3,000.-บาทไปเรื่อยๆแบบนี้ แล้วจะมีหลักประกันอะไรว่าในอนาคต ทางฝ่ายเจ้าหนี้มันจะไม่"หักหลัง"คุณ โดยการไปทำเรื่องขออายัดเงินเดือนซ้ำอีกในภายภาคหน้า ก่อนที่อายุความจะหมดลง

อีกทั้งจำนวนเงิน 3,000.-บาท ที่จ่ายไปทุกเดือนแบบนี้ มันจะเอาไปหักชำระเป็นค่าอะไรบ้าง?...หักอย่างไร? หักแล้วเหลือเงินต้นเท่าไหร?...มันโกงอะไรเราบ้าง?...แล้วเมื่อไหร่ถึงจะหมดหนี้?

ลูกหนี้อย่างคุณจะไม่รู้เรื่องอะไรเลยซักอย่าง เกี่ยวกับการหักชำระหนี้ที่จ่ายไปในแต่ละเดือน
ครั้นจะไปขอให้มันทำเป็นหนังสือสัญญามาให้ หรือขอเป็นเอกสารการผ่อนจ่ายหนี้ที่คงเหลือ มันก็ไม่ยอมออกเอกสารให้อีกด้วย

แต่คุณก็อาจมีสิทธิ์ลุ้นตรงที่ว่า ถ้าเกิดเจ้าหนี้มันชะล่าใจ ปล่อยให้คุณผ่อนจ่ายหนี้แบบนี้ไปเรื่อยๆจนครบ 3ปี โดยที่มันไม่ได้รีบทำเรื่องอายัดเงินเดือนของคุณเสียก่อนภายใน 3ปีดังกล่าว (เจ้าหนี้เสือกลืมทำเรื่องอายัดเงินเดือนของคุณ ภายใน 3ปี) หนี้ของคุณก็จะครบอายุความ 10ปี ในการยึดทรัพย์/อายัดเงินเดือนจากเจ้าหนี้ทันที
ดังนั้น เมื่อผ่านพ้น 3ปีที่ว่านี้ไปแล้ว หากคุณจะหยุดผ่อนจ่ายหนี้ตามที่ได้ตกลงกันไว้(ผ่อนเดือนละ 3,000.-บาท) เจ้าหนี้ก็ไม่สามารถเล่นงานคุณได้อีกต่อไปแล้ว เพราะว่าสิทธิในการยึดทรัพย์/อายัดเงินเดือนได้หมดลงไปแล้วตามกฎหมาย


มันเป็นเรื่องของคุณที่จะต้องไปตัดสินใจเอาเองนะครับ ว่าจะยอมผ่อนจ่ายตามข้อเสนอที่มันยื่นมาให้หรือไม่?
คุณต้องไปตัดสินใจด้วยตัวเอง ผมไม่สามารถตัดสินใจแทนตัวคุณได้
.

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

4 ปี 7 เดือน ที่ผ่านมา #78736 โดย unatapon
ผมเจรจากับเจ้าหนี้ จากหนี้สองแสนกว่า ขอจ่ายไปเดือนละ 2,000 บาทก่อน รอเวลามีเงินก้อนไปแฮร์คัทครับ :)

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิกใหม่ เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

ผู้ดูแล: Badmankonsiam
เวลาที่ใช้ในการสร้างหน้าเว็บ: 0.625 วินาที
ขับเคลื่อนโดย ระบบฟอรัม Kunena