ชมรมหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล

ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป
ชื่อผู้ใช้: รหัสผ่าน: จดจำข้อมูลการเข้าระบบ
  • หน้าที่:
  • 1

กระทู้: สมาชิกใหม่ขอปรึกษามีหมายศาลบัตรเคดิตกรุงศรีมาครั้งแรกคะ

สมาชิกใหม่ขอปรึกษามีหมายศาลบัต​รเคดิตกรุงศรีมาครั้งแรกคะ 3 ปี 1 เดือน ที่ผ่านมา #83833

  • Yinglilly
  • ( สมาชิก )
  • รูปประจำตัวของ Yinglilly
  • ออฟไลน์
  • สิบตรี
  • จำนวนโพสต์: 1
ขออนุญาติสอบถามค่ะ พึ่งเจอหมายศาลมาที่บ้านครั้งแรก ของกรุงศรีค่ะ
ไม่สะดวกไปเองเนื่องจากอยู่ต่างจังหวัด จึงมอบอำนาจให้แม่ไปแทน ไกล่เกลี่ยค่ะ
แต่ทางโจทย์มีเอกสารมาเรียบร้อยให้เราจ่าย 3000 บาทต่อเดือนบังคับให้จ่ายตามนี้พูดขมขุ่โหดมากคะ
ขอเค้า 1500-2000เค้าไมีให้ค่ะ เค้าบอกทำเอกสารมาแล้ว
ยอดหนี 39,468 บาท รวมดอกเป็น 51,633 บาท คะ ถ้าเค้าทำเอกสารมาแบบนี้โดยไม่ถามเราสักคำว่าไหว้ไหมในการชำระมันคือการบังคับเราใช่ไหมค่ะ เลยยังไม่ให้แม่เซนเอกสาร เพราะค่าใช่จ่ายปัจจุบันมันเยอะกัวไม่ไหวค่ะ
ไกล่เกลี่ย มอบอำนาจให้ไปเมือ 23 ธ.ค 58 แล้ววันที่ 9 เมษา มีคนที่ศาลนำเอกสารมาแจ้ง ให้ติดต่อบริษัทและในเอกสารมีค่าทนายด้วยื3,000 บาท เราต้องจ่ายส่วนนี้ด้วยไหมคะ คือไม่คีอยเข้าใจค่ะ
มีเอกสารมาแค่แผ่นเดียว ไม่ได้แจ้งวันด้วย เราต้องไปขึ้นศาลไหมค่ะ แนะนำด้วยค่ะ เอกสารจะเป็นตามรุปคะ
ขอบพระคุณล่วงหน้าค่ะ


image.jpg


image_2016-04-10.jpg


image_2016-04-10-2.jpg
แก้ไขล่าสุด: 3 ปี 1 สัปดาห์ ที่ผ่านมา โดย นกกระจอกเทศ.
สมาชิกเท่านั้นที่มีสิทธิในการตั้งและตอบกระทู้

สมาชิกใหม่ขอปรึกษามีหมายศาลบัต​รเคดิตกรุงศรีมาครั้งแรกคะ 3 ปี 1 เดือน ที่ผ่านมา #83849

  • นกกระจอกเทศ
  • ( ผู้ดูแลระบบ )
  • รูปประจำตัวของ นกกระจอกเทศ
  • ออฟไลน์
  • Administrator
  • จำนวนโพสต์: 5836
  • Thank you received: 2565
.
แสดงว่า...ในวันที่คุณแม่ของคุณไปขึ้นศาลในฐานะตัวแทนของจำเลย(วันที่ 23/ธ.ค./58)...ในวันดังกล่าว คู่ความทั้งสองฝ่ายไม่สามารถตกลงไกล่เกลี่ยกันได้ ศาลจึงจำเป็นต้องใช้อำนาจของศาล ทำการพิพากษา(ด้วยวาจา)ไปภายในวันนั้นเลย แล้วหลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ของศาล ก็ใช้เวลาตีพิมพ์"คำบังคับ"(คำพิพากษา)ของศาล จนเสร็จในวันที่ 7/ม.ค./2559 แล้วจึงเอาคำพิพากษาฉบับดังกล่าวนี้ มาติดประกาศไว้ที่หน้าบ้านของจำเลย(วันที่ 9/เม.ย./59) เพื่อให้จำเลยต้องปฎิบัติตามคำสั่งของศาลต่อไป

เอกสารที่คุณได้รับฉบับนี้ มันคือ"คำบังคับ"(คำพิพากษา)อย่างเป็นทางการของศาล (ซึ่งก่อนหน้านี้ ได้มีการพิพากษาด้วยวาจาไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ 23/ธ.ค./2558 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันที่ตัวแทนของฝ่ายจำเลยได้ไปขึ้นศาล แต่ไม่สามารถเจรจากันได้) โดยให้มีผลบังคับใช้ในทางกฎหมายนับตั้งแต่วันที่ 9/เม.ย./2559 เป็นต้นไป(วันที่มีคำพิพากษาฉบับนี้ มาปิดที่หน้าบ้านของคุณนั่นแหละ)...ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

1. บังคับให้จำเลยชำระหนี้เป็นจำนวนเงิน 51,633.47 บาท

2. บังคับให้จำเลยต้องจ่ายดอกเบี้ยเป็นจำนวนเงินร้อยละ 15ต่อปี(15% ต่อปี) โดยดอกเบี้ยนี้ ให้คิดคำนวณจากเงินต้นที่ 39,648.29 บาท และให้มีการคิดดอกเบี้ยที่ว่านี้"ย้อนหลัง"อีกด้วย โดยให้เริ่มคิดดอกเบี้ยย้อนหลัง นับจากวันที่โดนฟ้องเป็นต้นไป(ฟ้องวันที่ 29 ตุลาคม 2558)...และดอกเบี้ยจำนวนนี้ จะเดินตามตูดลูกหนี้ทุกวัน(มีการคิดดอกเบี้ยไปเรื่อยๆทุกวัน) จนกว่าจะชำระหนี้ให้หมด

3. บังคับให้จำเลยต้องจ่ายค่าฤชาธรรมเนียมศาล(ประมาณห้าพันบาท) ถ้าอยากรู้ว่าค่าฤชาธรรมเนียมที่แท้จริงเป็นเงินเท่าไหร?...ก็ต้องไปขอเช็คที่ศาลเอาเอง

4. บังคับให้จำเลยต้องจ่ายค่าจ้างทนายความของฝ่ายโจทก์ เป็นจำนวนเงิน 3,000 บาท

5. ส่วนคำลงท้ายที่ศาลสั่งว่า ให้จำเลยต้องปฏิบัติตามคำพิพากษาภายใน 15วัน(โดยให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่ 9/เม.ย./2559 เป็นต้นไป เพราะเป็นวันที่ศาลเอาคำสั่งฉบับนี้มาแปะไว้ที่หน้าบ้านของจำเลย)...หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำบังคับดังกล่าว จะต้องถูกยึดทรัพย์หรือถูกจับและจำขัง ดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งนั้น
*** มันเ้ป็นคำลงท้ายที่เป็นมาตราฐานโดยทั่วๆไปของศาล ที่ศาลจะต้องกล่าวลงท้ายไว้เป็นเช่นนี้...ไม่ว่าจะเป็นคดีอะไรก็ตาม จะเป็นคดีเล็กๆน้อยๆ หรือเป็นคดีประเภทขี้หมูรา-ขี้หมาแห้ง หากมีการพิพากษาเสร็จสิ้นแล้ว ศาลก็ต้องกล่าวลงท้าย(กล่าวปิดท้าย)ไว้เป็นเช่นนี้ทุกคดีด้วยกันทั้งนั้น ***
แต่ว่า...เนื่องจากว่าคดีนี้ เป็นเพียงแค่คดีแพ่งเท่านั้น(คดีที่ฟ้องร้องกันว่าด้วยเรื่อง"หนี้เงิน"เพียงอย่างเดียว) ดังนั้น จึงไม่มีบทลงโทษในทางกฎหมายให้ลูกหนี้ต้องติดคุกติดตะรางแต่อย่างใด (ถึงแม้ศาลจะกล่าวลงท้ายเอาไว้ว่า"ต้องถูกจับและจำขัง"ก็ตาม) เนื่องจากในคดีแพ่งไม่ได้มีบทบัญญัติให้ลูกหนี้ต้องติดคุกแทนการใช้หนี้...แต่...ก็มีบทบัญญัติเอาไว้ว่า ให้เจ้าหนี้สามารถทำการ"ยึดทรัพย์"หรือ"อายัดเงินเดือน"ของลูกหนี้เพื่อนำไปชำระหนี้แทนได้ ซึ่งเป็นบทลงโทษที่สูงที่สุดแล้ว สำหรับในคดีแพ่ง


สรุปก็คือ...เรื่องการฟ้องศาลของคุณกับเจ้าหนี้ในคดีนี้ มันได้จบลงไปแล้ว และไม่สามารถย้อนกลับไปทำการแก้ไขที่ชั้นศาลได้อีกแล้ว เพราะศาลได้ทำหน้าที่พิพากษาไปเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยคุณต้องปฏิบัติตามที่ศาลสั่งภายในไม่เกิน 15วัน(นับตั้งแต่วันที่ 9/เม.ย./59 เป็นต้นไป) หากคุณไม่ยอมปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าว เจ้าหนี้ก็มีสิทธิ์ยื่นเรื่องของคุณไปที่"กรมบังคับคดี" เพื่อให้ทำการยึดทรัพย์/อายัดเงินเดือนของคุณต่อไป

ยอดหนี้จำนวนเต็มที่ลูกหนี้จะต้องจ่ายก็คือ ยอดหนี้ตัวเลขสูงสุดของคำพิพากษา + ดอกเบี้ยย้อนหลังไปจนถึงวันที่ฟ้อง + ดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี เดินตามตูดไปเรื่อยๆ + ค่าฤชาธรรมเนียมศาล + ค่าทนายโจทก์

คุณต้องไปติดต่อสอบถามที่ศาลก่อนนะครับ ว่าค่าฤชาธรรมเนียมศาลในคดีของคุณ...มันเป็นเงินจำนวนเท่าไหร่?


ลองไปหาอ่านความรู้จากในกระทู้อื่นๆบ้างนะครับ จะได้มีความรู้เพิ่มมากขึ้น

ความรู้เบื้องต้น เกี่ยวกับหน้าที่ของศาล
debtclub.consumerthai.org/index.php?option=com_kunena&view=topic&catid=7&id=9240&Itemid=64


ไขข้อข้องใจ “การอายัดเงินเดือน”
debtclub.consumerthai.org/index.php?option=com_kunena&view=topic&catid=7&id=28147&Itemid=64


กฏเกณฑ์ การอายัด(ยึด)ทรัพย์สิน ภายในบ้านของจำเลย(ลูกหนี้)
debtclub.consumerthai.org/index.php?option=com_kunena&view=topic&catid=7&id=2194&Itemid=64


หากลูกหนี้(จำเลย)ไม่มีเงินเดือนและทรัพย์สิน...จะเป็นอย่างไร?
debtclub.consumerthai.org/index.php?option=com_kunena&view=topic&catid=7&id=8746&Itemid=64


เป็นหนี้บัตรเครดิตติดคุกหรือไม่
.
อนณสุข ปรมาลาภา

ความไม่มีหนี้ เป็นลาภอันประเสริฐ
แก้ไขล่าสุด: 1 ปี 8 เดือน ที่ผ่านมา โดย นกกระจอกเทศ.
สมาชิกเท่านั้นที่มีสิทธิในการตั้งและตอบกระทู้
  • หน้าที่:
  • 1
ผู้ดูแล: พี่ลี
เวลาที่ใช้ในการสร้างหน้าเว็บ: 0.196 วินาที
Share on facebook

ค้นหาในกระทู้

คำสำคัญ

เปลี่ยนธีมสีของเว็บบอร์ด

Template
mod by JoniJnm.es

Login เข้าระบบ

เรามีคน Online

เรามี 301 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

ครบเครื่องเรื่องผู้บริโภค

You are here  :